jbidea's profilebeware expire datePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 26

    06

    เมื่อต้นปี มีการคุยกันนอกรอบ
    กับหนึ่งในทีมงานภาพยนต์ไทยเรื่องนึงครับ
    บอกไปก็ได้ร้องอ๋อกันค่อนประเทศ
     
    ตอนนี้ภาพยนต์ไทยก็มีการนำ mobile content
    เขามาเป็นกิจกรรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์
    ฟังแล้วก็รู้สึกดีครับ จะได้มีอะไรสนุกๆ ที่ต่างจากเดิมกันบ้าง
    ผมก็เลยตกปากรับคำว่าจะทำส่งไปให้
    ในฐานะของแฟนภาพยนต์คนนึง และโทษฐานที่รู้จักกัน
     
    ถ้าให้ทำ theme บนโทรมือถือนี่ผมก็พอคุ้นๆ
    แต่พอมาทำ บนเครื่องที่ผมไม่ถนัดอย่าง pocket pc นี่สิ
    เจ้านี่ผมแค่พอใช้ได้กล้อมๆ แกล้มๆ
    ผมเลยนั่งกุมขมับไปนิดนึง
     
    แต่ก็มีเรื่องให้กุมขมับต่อ
    ซอฟท์แวร์อื่นๆน่ะหาไม่ยากหรอก
    แต่ไอ้ที่ยากคือตัว ซอฟท์แวร์ ที่จะเอามาทำ theme
    นี่ล่ะที่แทบพลิกกองแผ่นกุ๊กกู๋หา
    แต่ในที่สุดก็หามาจนได้
     
    พอทำๆ ไปชักเพลินครับ
    สนุกกว่าทำ theme มือถืออีก
    เพราะจอมันใหญ่ดี
    แต่ที่ไม่สนุกตรงที่ไม่มีเครื่องเทสต์นี่ล่ะ
    (กิเลศเริ่มครอบงำ..อยากได้ ppc)
     
    หลังจากทำรุ่นทดสอบเสร็จ
    ก็ส่งให้หนึ่งในทีมงานได้ทดลอง
    เสียงตอบรับกลับมาคือ....มันยังไม่เวิร์คครับ
    แถมมีข้อเสนอแนะ ปรับปรุงกลับมาเพียบเลย
    ก็ดีครับ ค่อยๆ ปรับค่อยๆ แก้กันไป
    แล้วค่อยเอาไปให้น้องเค้าดูใหม่
     
    หลังจากทำ theme ของเรื่องนี้ไปซักพัก
    ผมก็ชักสนุก แถมได้เรื่องไปเขียนลงคอลัมน์เดือนต่อไปด้วย
    และนี่ ผมก้บังเกิดไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วสิ
     
    - หมายเหตุ -
     
    1. พยายามลด ละ การเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยอยู่
    (คงได้แค่ ลด ละ แต่เลิกไม่ได้แฮะ ไม่สามารถ)
     
    2. เครื่องจีนแดง n73 ห้าพันกว่าบาทกำลังระบาด
    อย่าไปหลวมตัวซื้อกันนะครับ
    (พูดแล้วคันปาก อยากจัดรายการมือถืออีก)
     
    3. ที่บ้านผู้กำกับที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านผม
    กำลังจะมีพิธีทำบุญบ้าน และมีพิธีครอบครู
    ผมกะว่าจะไปร่วมด้วย
    (มันมีความอยากพาตัวเอง ให้กลับมาอยู่กับเรื่องบันเทิงอีกแล้ว)
    February 20

    05

    ดูเวอร์ชั่น vdo blog  กดที่นี่ครับ
    --------------------------------------------------
     
    เมื่อวานนี้พอดีมีเรื่อง
    ให้ต้องไปซื้อของที่ห้างค้าส่งห้างนึงครับ

    ตามประสาคนสนใจงานอาร์ทเวิร์คป้ายโฆษณาก็ไปมองดูเรื่อยๆ
    แต่พอมาเจอป้ายนี้ครับ...อึ้งสิ

    เฮ้ย...นี่มันคาแรคเตอร์ในอีการ์ด
    ที่ผมกับเพื่อนช่วยกันทำเมื่อหลายปีมาแล้วนี่หว่า
    โดยที่เราหยิบลักษณะมาจาก น้องคนนึงในทีมตอนนั้น
    เพลงก็ทำ beat เองครับ

    แล้วทำไมมาปรากฎตรงนี้โดยที่เราไม่เคยรู้เลยว้า
    เครดิตซักตัวเนี่ย ให้กันหน่อยได้มั้ยเนี่ย

    แถม copy มาได้แบบ...อืม
    ถ้าทำให้มันสวยๆ หน่อยผมจะไม่ว่าเลยนะ
    ผมควรจะภูมิใจดีมั้ยเนี่ย -_-"
     
     
    มันก็ควรจะดีใจที่มีใครเอางานเราๆไปใช้
    แต่ยังไง น่าจะระบุที่มากันนิดนึงมั้ยครับ....?
     
    รูปประกอบอยู่ล่างสุดนะครับ
    ดูกันเอาเองว่าเหมือนมั้ย?
     
     
     
     
     
    February 19

    04

    ผมมีความตั้งใจตั้งแต่ต้นปีอยู่อย่างนึงว่า
    ปีนี้...ผมอยากโกอินเตอร์ ผมอยากเจอโลกกว้าง
    อยากทำอะไรที่ชีวิตอยากจะทำ แต่ไม่เคยได้ลงมือทำ
     
    แล้วจู่ๆผมก็มีโอกาสโกอินเตอร์แบบไม่ตั้งใจจนได้
    เมื่อเช้าผมได้ทักกับเพื่อนร่างอวบ
    คนเดียวที่สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว
    โดยถามไถ่ในเรื่องการสมัครเรียนร้องเพลง
    แล้วกฌคุยเรื่องอื่นกันไปพักใหญ่
     
    จนในที่สุดก็วกกันเข้ามาได้ว่า
    ทาง search engine ใหญ่ของโลกเจ้านึง
    เค้าอยากหา end user คุยกับบริการของเค้า
    กับพฤติกรรมของคนไทย
     
    โอ้โฮ...หัวใจพองโตกันไปสิครับทีนี้
     
    ผมถามกลับไปว่าเจอกันกี่โมง
    คำตอบคือบ่าย 4
    เอาล่ะสิ โอกาสดีๆ แบบนี้มันหายากนะ
    แต่ผมก็ลำบากใจที่จะลางานไปกันแบบฉุกเฉิน
    มันฉุกละหุกเหลือเกินจริงๆ
     
    ก่อนที่ผมจะตอบลงไปนั้น
    เพื่อนมันหันมาถามใน msn ถามว่า
    ภาษาอังกฤษผมได้แค่ไหน...
    ผมก็ไม่อยากตอบไปให้ครูบาอาจารย์เสียใจ
    ว่าภาษาผมอ่อนแอทีเดียว
    อยู่แค่ในระดับ ฟังออกแปลได้ (ถูกบ้างผิดบ้าง)
    เลยอ้างไปสั้น...แกก็เป็นล่ามให้ชั้นสิ
    ผมหักคอกันดื้อๆ
     

    ในบรรดาคณะที่มาประชุมกันในฐานะ end user นั้น
    มีทั้งเจ้าของเวบมือ 2 ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
    มีเจ้าของบล๊อค it ชื่อดัง
    มีเจ้าของเวบเวบนักเรียนไทยในออซซี่
    คงจะมีผมคนเดียวล่ะมั้ง...ที่รั้งท้ายบ๊วยสุด
     
    เอาเถอะๆ..โอกาสมันมาแล้วก็คว้าไว้ซะหน่อย
     

    คงต้องเฉลยซักที ว่าคนที่ผมคุยด้วยวันนี้
    คือคนจาก google
    โกอินเตอร์พอมั้ย...ครับ
    เป็นฝรั่ง 1 คนไทยอีก 1
    คนไทยที่ทำงานกับ google มีคนเดียวครับ 
    หลังจากที่ได้ยินชื่อมานาน ก็ได้เจอตัวเป็นๆซักที
     
    ประเด้นหลักใหญ่ใจความ ที่เราคุยกันก็คือ google
    อยากรู้จักพฤติกรรมคนไทยในการใช้บริการอินเตอร์แบบต่างๆมากขึ้น
    เพื่อที่จะนำไปปรับปรุงบริการให้ถูกใจมากขึ้น
     
    และการโกอินเตอร์แบบไม่ทันตั้งตัวนี่ล่ะครับ
    ทำให้ผมรู้สึกว่า
    การที่คุยกับฝรั่งที่มาคุยประเด็นเดียวกับที่เราสนใจอยู่เนี่ย
    มันเป็นเรื่องสนุกมากครับ
    ถึงความรู้ผมจะได้แค่ฟังออก แปลได้บ้าง
    และพูดได้แค่ประโยคสั้นๆก็เถอะ
    อะไรที่ยาวๆ ก็ต้องพึ่งเพื่อนร่างอวบเป็นล่ามกันไป
     
    และจากจุดนี้เอง ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะรื้อฟื้น
    ความเคยชินเรื่องภาษาขึ้นมานิดนึง
    เหตุผลในการรื้อฟื้น ในการโกอินเตอร์มันมีที่มาครับ
    ไว้จะค่อยๆเล่าในลำดับถัดไป
     
    ส่วนที่เราคุยอะไรกันไปนั้น
    ไม่ขอเปิดเผย ณ ที่นี้ละกันครับ
    ขอให้เป็นเรื่องของมารยาทในการคุยก็แล้วกัน
    แต่พอบอกได้ว่า มันจะมีอิทธิพลลกับการทำเวบของหลายๆคนแน่
     
    ก่อนที่ผมจะแยกย้ายกับชาวคณะ
    มีคำพูดๆนึง น่าสนใจมากครับ
     
    ถ้าไมโครซอฟท์ เทคโอเวอร์อะไรไปซักอย่าง
    คนจะรู้สึกว่า มันคือ monopoly
     
    แต่ถ้า google ทำสิ่งเดียวกัน
    คนจะรู้สึกว่า มันคือ innovation
     
    * เมื่อวานเวบผมคนเข้ากันมาเป็นประวัติการณ์ครับ
     สงสัยเพราะอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่ hello kitty
     
    ** นิตยสาร on mobile & camera เล่มล่าสุดออกแล้วครับ
    เล่มนี้ผมเขียนเยอะหน่อย แวะไปที่แผงหนังสือเปิดดูกันได้ครับ
    February 17

    03

    เมื่อบ่ายของวันอาทิตย์ที่แล้ว
    ก่อนที่ผมกำลังจะสาวเท้าก้าวขึ้นไปยังรถไฟฟ้า
    เพื่อไปหาของขวัญให้ คุณคนที่ผมสนิทมากๆ
    ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
    ปรากฎชื่อชัดเป็นเพื่อนร่างอวบ
    ที่อยู่ร่วมวงการอาชีพมานานของผมคนนหนึ่ง
     
    ปรกติเพื่อนผมคนนี้มันจะมีไอเดีย
    มีแนวโน้มธุรกิจวันข้างหน้ามาคุยอยู่เสมอ
    แต่วันนี้มันมาแปลกครับ
    มันมาบอกว่า "มันจะไปเรียนร้องเพลง"
     
    ส่วนที่เหลือก็คือสูตรคำถามปรกติที่ผมเคยชิน
    เพราะว่าหมอนี่ไปถามที่ครูเก่งๆดังๆ
    ที่ฟังราคาค่าเรียนแล้วก็ชักตาตั้งกันไป
     
    ผมให้คำตอบไปสั้นๆว่า
    ถ้าคนเรามันเรียนไม่กี่ครั้ง แล้วเก่งได้ก็ดีสิ
    ปรกติที่ดังๆ เขาสอนคุณไม่กี่ครั้งหรอกครับ
    เขาจะเน้นแก้ปัญหาให้คุณมากกว่า
     
    แล้วกว่าจะพัฒนาจากไม่รู้อะไรเลย
    จนมาคุ้นเคยกับการร้องน่ะมันใช้เวลานะ
    ฉะนั้นอย่าคิดมาก...เอาแบบนี้ก็แล้วกัน
    หาที่เรียนแบบปรกติ
    เน้นที่ไปมาสะดวกๆ ครูที่คุยรู้เรื่องพอเป็นโค้ชให้เราได้
    เวลาที่ดูแล้วไปเรียนได้ไม่ลำบาก...แล้วก็ไปลงเรียนซะ
     
    เริ่มซะแต่บัดนี้
    ไว้พอเข้าที่
    คราวนี้จะไปหาครูเก่งๆ แพงๆ
    มาเสริมความรู้เข้าไปนั่นก็อีกเรื่อง
     
    ตอนที่ผมเขียนอยู่นี้
    ผมก็ใกล้จะจบวิชา voice traning ขึ้นต้นเต็มที
    หลังจากผมเรียนมาปีครึ่ง
    คุณอ่านไม่ผิดครับ หนึ่งปีครึ่งจริงๆ
     
    ถ้าไม่นับเวลาก่อนหน้า
    ที่ผมเดินหาข้อมูล หารอบลงเรียนอยู่เป็นเดือนๆ
     
    มันเป็นหนึ่งปีครึ่งที่ผมต้องตอบคำถามซ้ำๆว่า
    ยังเรียนไม่จบอีกเรอะ
    เหอะ...นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเองนะ
     
    ระหว่างเรียนก็มีที่มาพร้อมกัน
    แล้วก็หล่นหายกันไปกลางทาง
    แต่สำหรับผม..ทำอะไรก็ทำให้มันไปสุดทาง
    ยังเหลือขั้นสูงอีกตั้งไกลให้ไปต่อ
     
    คุณคนที่ผมสนิทมากๆ เค้าถามผมว่า
    ไม่คิดจะไปสอบขั้นดูบ้างเหรอ
    ยิ้มครับ...ผมเองก็อยากทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
     
     
    ถามว่าได้อะไรจากการลงเรียน
    โอ...เยอะครับ
     
    อย่างน้อย...ผมก็หาตัวเองเจอ
    อย่างน้อย...ผมก็ได้พัฒนาความสามรถที่ธรรมชาติให้มา
    อย่างน้อย...ภายภาคหน้า ผมยังหาชีพใหม่ให้ตัวเองได้บ้างล่ะ
    อย่างน้อย...ผมก็ทำให้คนอื่นมีความสุข ตอนที่ฟังผมร้องเพลง
     
     
    * อาจารย์บอกผมว่า
    ถ้าผมผ่านเพลง "ตะวันยังมีให้เห็น" ไปได้เนี่ย
    น่าจะพอไปร้องอาชีพได้ละ
    โอเคครับอาจารย์...ผมจะพยายาม
     
    ** บ้านตรงข้าม มีผู้ย้ายมาอยู่ใหม่
    เป็นผู้กำกับละครรุ่นใหญ่ ที่ขึ้นชื่อว่าดุนักดุหนา
    แต่ผมเจอก็ปรกตินะ
    ถ้าถ้ามีโอกาสคุยกับคุณอาผู้กำกับคนที่ว่า
    ผมอยากอ้าปากถามอาจริงๆนะครับว่า
     
    "ผมอยากขอโอกาสร้องเพลงประกอบของคุณอาซักเรื่องได้มั้ยครับ"
    February 13

    02

    เมื่อ 2-3 ปีก่อน...ผมเคยปรารภกับคนที่ผมสนิทมากๆคนนึงว่า
    "วันนึงจะเป็นเวบมาสเตอร์ให้ได้"
     
    แล้วในวันนึงผมก็ได้เป็นในจุดที่ผมอยากจะเป็นจริงๆ
    ถึงมันจะไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร
    ถึงผมจะเดินช้าไปหน่อย
    แต่มันก็เป็นหนึ่งในขั้นบันไดที่เดินขึ้นไป
     
    ระหว่างทางเดินขึ้นไปอาจจะเจอสายลมแรง
    แต่การเดินไปถึงที่จุดนั้น
    มันเท่ากับการเอาชนะสิ่งมุ่งหวังและตั้งใจ
     
    แต่จากจุดนั้นต่อไปล่ะ
    จะทำยังไงกันต่อ...เราจะร้องขออะไรกับตัวเราอีก
     
    ตอนที่เราแหงนมองขึ้นไป
    เราไม่เคยรู้เลยว่าข้างบนนั้นจะเจออะไรรอเราอยู่
     
    ตอนนี้เราได้ยืนอยู่ที่จุดนั้น
    เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า
    หนทางข้างหน้าในการยืนตรงจุดนั้นมันจะเป็นอย่างไร
     
    ผมได้ยินน้องผู้ช่วยผมบอกว่า
    วันนึงมันก็อยากเป็นเวบมาสเตอร์
     
    พอนานวันเข้า
    มันก็พอเห็นชีวิตจริง การทำงานจริง ความหนักหนาแบบของจริง
    ผมเลยถามกลับไปว่า
    ถ้าวันนึงชั้นยกตำแหน่งให้ไป จะเอามั้ยล่ะ
    เสียงปฎิเสธอย่างร้อนรนกลับมาโดยพลัน
    ขอทำกราฟฟิคแบบนี้สบายใจกว่า
     
    แต่ทว่าวันนึง
    มันก็ต้องเดินขึ้นไปแบบเดียวกับที่ผมยืนน่ะอยู่ดี
    แล้วจะรั้งตัวเองไว้ทำไม
    ผมถามกลับไปอย่างขึงขัง
     

    ซื่อสัตย์ต่อความฝัน  และยอมรับผลลัพท์ของมัน
    ในวันที่เราไปถึงเถอะครับ
    February 10

    01

    เมื่อปีที่แล้วมีโฆษณาตัวนึงที่ผมชอบมากๆ
    คือโฆษณาของ one-2-call ในแคมเปย ระวังหมดอายุ
    ผมว่าเค้าพูดถูกนะ....คิดอะไร จะทำอะไรก็รีบทำ
    ก่อนมันจะหมดอายุ
    ก็เพราะโฆษณาตัวนี้ กับกับขวบปีของอายุ
    ที่มันเป็นตัวกระตุ้นว่า...ลุกขึ้นมา แล้วลงมือซักเถอะ
     
    ผมเชื่อในเรื่องของ แรงบันดาลใจ โอกาส และการลงมือ
    มากกว่าโชคลาภ
    อาจจะเป็นเพราะว่า
    ผมไม่เคยมีโชคใดๆทั้งปวงในการเสี่ยงโชค
    แต่ละอย่างทื่ได้มา ก็ได้มาเพราะเหงื่อชุ่มโชกทั้งนั้น 
     
    ผมนั่งคิดเล่นๆ ว่าปีที่แล้ว
    มีอะไรที่เข้ามาเป็นโอกาส แล้วผมไม่พลาดที่จะคว้ามันบ้าง
    เท่าที่ผมภูมิใจกับมันคงประมาณนี้มั้ง
     
    - big brother ปี 2 > ในที่สุดผมก็ได้อยู่ในเบื้องหลังการถ่ายทอด reality 24 ชั่วโมงแบบออนไลน์แล้ว !
    - เป็นคอลัมน์นิสต์ > ในที่สุดเรื่องที่เขียนก็ได้ขึ้นปกซักที หลังจากแว้บไปแว้บมาในหนังสือคนอื่น ต่อไปคือ pocket book
    - จัดรายการมือถือ > ในที่สุดผมก็ค้นพบว่า การอยู่เบื้องหน้ามันสสนุกใช้ได้ ตราบใดที่ความเป็นตัวเองมันขายได้
    - show  คมช. ใน 10 ปี pantip > ในที่สุดผมก็มีวงเล็กๆ กับเขาบ้าง ผมล่ะชอบจริงๆ ร้องเพลงแล้วคนอื่นมีความสุข
     
    แต่อดีตก็คืออดีตครับ...ผมนั่งคิดอยู่ว่า
    ปีนี้ผมจะเริ่มขีดทางเดินให้ตัวเองยังไงดี
    ปีนี้ผมจะกระทุ้งแผนการที่คนสนิทคุ้นๆกัน
    ไม่ว่าจะเค้าชักชวน หรือผมชวนเค้า
    ให้เอาความตั้งใจในแผนหลายๆอย่าง
    จัดให้มันเข้าที่เข้างทางกันซักที
    เราปล่อยความคิดให้ลอยนวลมานานเกินไปแล้ว
    ผมกระทุ้งบนโต๊ะอาหาร ระหว่างที่ผัก และทอดมันลอยฟุ้งอยู่ในปาก!!
     
    การวางแผน ลง มือ มันต้องมีการบันทึกเพื่อติดตามผลครับ
    อ่านไปเรื่อยๆละกัน เพราะผมก็ไม่รู้ผลลัพท์ของมันจริงๆ
    ว่าสิ่งที่ผมตั้งใจจะขีดมันต่อไปนั้น มันจะออกมาหน้าตายังไง
     
    นักพูดชื่อดังท่านนึง เคยให้สัมภาษณ์ว่า
    สมัยที่เค้ายังไม่ประสบความสำเร็จ
    ในคืนดึกสงัดคืนนึง
    พี่แกเดินผ่านที่โชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อดัง
    ซึ่งแกอยากได้รถคันที่อยู่ในนั้น...มากถึงมากที่สุด
    แล้วสิ่งที่แกทำคือ...พูดย้ำกับตัวเองชัดๆซ้ำๆว่า
     
    "วันนึงจะเป็นเจ้าของมันให้ได้"
     
    แล้ววันนี้ พี่แกก็ทำได้...ทำได้เกินกว่าที่คิดไว้ซะด้วย
     
    วันนี้ผมก็ทำแบบเดียวกัน
    หน้าโชว์รูมรถยนต์กับเจ้า 4WD คันนึง
     
    "วันนึงชั้นจะถอยแกแบบป้ายแดงออกมาให้ได้
    แต่ปีนี้ขอกัดฟันเอามือสองมาก่อนละกัน -_-" "
     
    เอาน่ะ...
    วันนึง.....ต้องได้ดี