jbidea's profilebeware expire datePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 18

    เทียนพรรษา..แสบซึ้งถึงสวรรค์

    เมื่อวานนึกครึ่มไปหล่อเทียนพรรษาที่วัด
    ก็เกิดอุบัตินิดหน่อย
    เล่าไว้เผื่อใครไม่เคยไปหล่อเทียนจะได้เห็นภาพ นึกภาพออก

    การหล่อเทียนพรรษาที่วัดที่เพิ่งไปมาเนี่ย
    คือเค้าจะให้เราไปบริจาคก่อน พอบริจาคเสร็จ
    แล้วก็เอาก้อนเหลืองๆ แบบก้อนเทียนแต่ไม่ได้มีไส้ 
    เป็นสี่เหลี่ยมขนาดสบู่สมุนไพร
    ใส่ลงไปในกระทะ
    ขนาดก็เท่าๆกับขนาดกระทะ ขายกล้วยแขกหรือ เกาลัค
    ซึ่งมีน้ำมันเดือดๆ เพื่อให้มันละลาย
    พอมันละลายก็จะใช้กระบวยตัก ใส่ชามเล็กๆ
    แล้วเดินไปหยอดตรงเบ้าหลอมเทียนพรรษา
    ซึ่งมีอยู่ 9 ต้น

    คือปรกติเนี่ยตอนที่มีคนเค้ากำลังตักอยู่
    จะไม่มีใครทะลึ่งใส่ก้อนเทียนลงไปในน้ำมัน
    หรือถ้าใส่ก็ต้องใส่ต่ำๆ เพื่อไม่ให้มันกระเด็น
    แล้วระหว่างที่ผมตักอยู่
    อยู่ก็มีอาเจ๊คนนึเดินมาทางด้านขวา
    แล้วเจ๊คงนึว่าตัวเองตอกไข่ใส่กระทะเพื่อทำไข่เจียวมั้ง
    ใส่ก้อนเทียงลงมาซะอย่างสูงเลย
     
    ตูม.....น้ำเทียนเดือดๆ กระเด็นขึ้นมาเกือบเต็มหลังมือผมเลย !

    โดนเข้าไป 3 นิ้ว ชี้ กลาง นาง วางกระบวยแทบไม่ทัน
    ถ้าใครไปทำบุยไหว้พระบ่อยๆ คงน่าจะเข้าใจความรู้สึกตอนโดนน้ำตาเทียนหยดใส่มือนะ
    ว่ามันแสบๆ คันๆ แบบไหน แล้วนี่โดนแบบเดือดๆ ใส่มือนี่...อู้ยยย
    อย่างกะเรื่อง house of wax

    ก็หันไปทางเจ๊แบบนิ่งๆ...แล้วพูดว่า

    พี่ครับ...ช่วยใส่เทียนดีๆหน่อยสิครับพี่
     
    เจ๊หันมามองหน้าแบบนิ่งๆ..งงๆ

    ก็หันไปย้ำแบบนิ่งๆเหมือนเดิม
     
    พี่ครับ...ช่วยใส่เทียนดีๆหน่อยสิครับพี่
     
    เจ๊หันมามองหน้าแบบนิ่งๆ..งงๆ
     
    เอ่อ มองตรงมือผมหน่อยก็ได้ครับเจ๊
    คนรอบข้างก็อึ้งๆไป
     

    สงสัยพระสงฆ์ องค์เจ้า
    อยากจะทดสอบความอดทนอดกลั้นระงับโทสะซะล่ะมั้ง
    เลยกลั้นใจตักน้ำเทียนลงชามต่อไปอีกนิดนึง
    แล้วเดินต่อแถวไปหยอดเทียน 9 เล่มต่อไปทั้งๆ
    ที่ยังเปรอะด้วยน้ำเทียนนี่แหล่ะ
    (ล้างเลยไม่ได้ มือได้พองแน่ๆ)

    เดินหยอดไป ตั้งจิตอฐิษฐานไป ปากก็ซี้ดอูยไป
    มันร้อนมันแสบซึ้งถึงสวรรค์เลยล่ะ
    พอหยอดเทียนครบ 9 เล่ม เผ่นเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน
     
    พอล้างมา อืม...แดงแป๊ดเลย แล้วยังแสบซึ้งอยู่แบบนั้นทั้งวัน
    ดีที่ไม่พอง สงสัยหนังตรงหลังนิ้วกับมือ คงหนาเหมือนหนังหน้า
    เลยไม่พุไม่พอง  แต่นิ้วนี่ขยับลำบากมาก

    ขับรถกลับบ้านก็ต้องขับมือเดียว เอามือข้างที่โดนอังแอร์รถไว้ตลอดทาง -*-"
    July 15

    ไผ่ลู่ลม

    ปรกติในกลุ่มผม จะมีกิจกรรมทีทำกันทุกเช้าอยู่
    คือการเขียนเมลล์โต้กันมามา
    เรียกสั้นๆ ว่าเมลล์ แช็ตนี่แหล่ะ
    ดีกันมั่ง ตีกันมั่ง กระทบกระทั่งกันมั่งเป็นเรื่องปรกติ..
     
    พอดีวันนี้มีอยู่ประเด็นนึง
    เป้นประเด็นของคนที่ผมให้ความสำคัญ
    เลยทำให้ผมต้องเขียนเมลล์ยาวๆ...และแรงๆ
    กว่าปรกติที่ผมเคยทำ
     
    สิ่งที่ผมตอบกลับไปยาวๆ
    ก็เนื้อหาใกล้กับเพลงนี้ล่ะครับ
     
    เพลง ไผ่ลู่ลม - โซคูล (So Cool )
     

    ไม้ไผ่ พลิ้วลู่ลม
    ไม่ต้านทานสู้แรงกับใคร
    ปล่อยพายุให้มันผ่านไป
     
    ไม้ใหญ่ต้องล้มตาย
    สู้กับลมเพราะตรงมากมาย
    ไม่ยอมใคร เป็นตายกับสายลม
     
    *คือสัจธรรม ส่องนำทางชีวิตให้พ้นภัย
    จะเก่งยังไง อย่าเอาตัวไปขวางทางแรงลม
    ยอมหักยอมงอ พอให้มีชีวิตในสังคม
    ไผ่ลู่ลม ยอมอ่อนเอน
     
    **ฉันขอเป็นดั่งไม้ไผ่
    ฉันไม่เป็นหรอกไม้ใหญ่
    ล้มลงวันใดก็ไม่วายถูกเขาเอาทำฟืน
    ฉันขอเป็นดั่งไม้ไผ่
    ถึงแข็งแรงไม่เหมือนใคร
    ขอเพียงรอดตายให้ได้มีชีวิตก็พอแล้ว
     
    ทุกสิ่งล้วนตั้งใจ
    ไม่ยอมงอพุ่งชนเข้าไป แต่สุดท้ายไม่มีใครเห็น
    ทุกอย่างล้วนยากเย็น
    เป็นดั่งคนไม่มีเหตุผล
    กลับเป็นคนไม่ดีในสายตาซ้ำ
     
    *,**ซ้ำ **
     
     
    ตอนพิมพ์ไปผมก็นึกหวั่น..
    เจ้าตัวจะหาว่าผมปอดแหกมั้ย
    ถ้าใช่..ก็คงต้องทวงถามความทรงจำนิดหน่อย
    เพราะผมเองก็ใช่ว่าจะไม่เคย
    เอาตัวไปช่วยเรื่องเสี่ยงๆมาด้วยกันอยู่


    พอคนเรามันผ่านชีวิตมาช่วงนึง
    คนเราก็คงจะเข้าใจได้เองว่า
    การเป็นคนเข้มแข็ง การดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง
    มันไม่จำเป็นต้องแข็งแรงเช่นไม้ใหญ่เสมอไป
    ต้นหญ้าที่เหยียบกันเข้าไป ถูกเหยียบแต่ก็ลุกขึ้นมาได้ใหม่
    ไม้ไผ่ที่ไหลู่ตามลมไป ก็ไม่ถูกหักโค่นจากสายลม...
     
    ไม่รู้น้องจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดมั้ย
    แต่ก็หวังไว้สักวัน...เค้าคงเข้าใจ
    พอดีผมอยู่ในสถานะของคนข้างหลัง
    ที่มีคนในครอบรัวต้องออกไปต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นเพื่อชาติ
    และอธิปไตยมาหลายครั้งต่อหลายครั้งด้วยมั้ง
    เลยต้องบอกกันไว้ให้นึกถึงหัวอกข้างหลังเสียบ้าง
     
    สิ่งนึงที่ผมไม่ได้บอกน้องเค้าไปคือ
    ช่วงที่ผ่านมานี้..
    ผมเจอเรื่องสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป 2 คนติดๆ
    ทั้งจากตาย และ จากเป็น

    ผมเลยไม่อยากให้ใครที่เป็นคนสำคัญในชีวิต
    ล้มหาย เกิดอันตรายไปอีกคนนึง....
     
    July 03

    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง

      

                   เพราะฉะนั้น - ชรัส เฟื่องอารมย์
     
    นับจากการสูญเสียในชีวิตที่เพิ่งผ่านมา
    ซึ่งทำให้รู้ว่า
    ชีวิตนี้ยังมีเพื่อนแท้ๆอยู่ไม่กี่คน ไม่กี่กลุ่มกับเขา
    อย่างน้อยถ้าตายไป ยังไงก็มีคนไปงานศพล่ะวะ

    จากนั้นชีวิตผมก็เจอเรื่องหนักๆ เล่นเอาจุกหลายเรื่องอยู่
    ทั้งภาระรับผิดชอบ รวมถึงเรื่องส่วนตัวด้วย
    เลยทำให้แนวคิดบางอย่างในชีวิตผมเปลี่ยนไป
    แบบที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

    เลยนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
     
    ★ ★ เพราะฉะนั้น ★ ★
     
    เมื่อฉัน นั้นทุกข์ แล้วใคร จะทุกข์ด้วย ถ้าฉัน มอดม้วย
    แล้วใคร จะเสียใจ ถ้าฉัน โชคร้าย ผู้ใด จะเห็นใจ
    ความรัก ความสนใจ มีบ้างไหม โปรดแบ่งปัน
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาสนใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาเห็นใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง
     
    แหละฉัน มีชื่อเสียง ผู้คน คงเข้ามาหา ล้อมหน้า ล้อมตา
    ผู้คน คงสนใจ แหละฉัน เงียบเหงา ผู้คน คงห่างไกล
    ความรัก ความสนใจ มีบ้างไหม โปรดแบ่งปัน
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาเห็นใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาสนใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง
    .
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาเห็นใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
    ใครเล่า จะมาสนใจ อย่างจริงใจ กว่าใจตนเอง....
     
    เรื่องตลก ระหว่างหาเพลงนี้ฟังจาก search engine
    ลิงค์อันแรกที่ผมเจอคือ
    "สวัสดีค่ะกะเทย. เจ๊อยากฟังเพลงที่ป้าแต๋ม ชรัส ร้องว่า
    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร ใครเล่าจะมาเข้าใจ. ..."
     
    ก็ฮาเครียดกันไป..