jbidea's profilebeware expire datePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 26 17คิดว่าทุกคนคงได้รับทราบข่าว เกี่ยวกับ 18 มงกุฎโทางโทรศัพท์ ที่โทรเข้ามาแล้วบอกว่า คุณคือผู้โชคดีผ่านทางโทรศัพท์ แล้วให้เราโอนเงินผ่าน ATM ก่อนที่จะหายตัวเข้ากลีบเมฆ แล้วมีคนหลงเป็นเหยื่อเยอะแยะ ผมก็ใฝ่ฝันเฝ้ารอว่าอยากจะเจอบ้าง คืออยากรู้ไงครับ....ว่าเค้าโกงกันยังไง เพราะเห็นคนรอบตัวเจอกันมาเยอะละ (แต่ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อนะ) ในที่สุด..ทีม 18 มงกุฎมันก็มาถึงผมจนได้ เมื่อครู่นี้เอง...ขณะฟาดก๋วยเตี๋ยว โฮกๆ ใครว้า...โทรมาเบอร์ไม่คุ้น อุตส่าห์แอบลุ้นเผื่อใครโทรมาจ้างงาน แล้วปลายสายก็ดังขึ้นมาว่า สวัสดีค่ะ บริษัท DK บลาๆๆๆ ผู้ผลิตหน้ากากโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีความยินดีที่จะแจ้งว่า คุณเป็นโชคดีได้รับเงินรางวัล "ห้าหมื่นบาท" ติดต่อเจ้าหน้าที่ เชิญกด 9 ค่ะ โอ้โฮ....เข้าสเสต็ป แบบที่เค้าว่ามาจริงๆ ด้วย พอระบบโทรแจ้งว่า ฟังรายละเอียดให้กด 9 ผมก็กดไปเพราะอยากรู้อยากเห็น ว่ามันจะมาไม้ไหน พอกดปั๊บ เจอเสียงผู้หญิงแบบท่องมาเล้ย "สวัสดีค่ะ บริษัท DK บลาๆ ได้จัดกิจกรรมคืนกำไร โดยมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า คุณเป็นผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัล ห้าหมื่นบาท แหม....เสียงท่องมาเหมือนโฆษณา สินค้าเครือข่ายขายของชุดล้างสมองเมียเลยนะ แล้วดันมาถามผมกลับด้วยนะว่า ขอชื่อ-นามสกุลด้วยค่ะ เอ่อ....ไหนว่าผมโชคดีไง ถ้าผมเป็นผู้โชคดี จะขอชื่อ-นามสกุล ผมไปทำเมี๊ยวอะไรอีกล่ะ ผมพยายามเก็บอาการดีใจ ที่ได้เจอ 18 มงกุฎแล้วถามกลับ แบบแกล้งมึน รางวัลเป็นอะไร จากที่ไหนนะครับ รางวัลเงินสด ห้าหมื่นบาทค่ะ จากบริษัท DK ผลิตหน้ากากมือถือ และชิ้นส่วนแผงวงจรมือถือค่ะ ผมเลยก๊ากซะ.....แล้วแอบนึกในใจ ผมใช้โทรศัพท์มาไม่เคย ใช้รุ่นที่เปลี่ยนหน้ากากเองได้ซักเครื่อง ผมมีรุ่นน้องทำอยู่พวกโรงงานอิเล็คโทรนิค ผมเล่นห้อง mbk ผมไม่ได้เล่นชิงโชคมาครึ่งปีแล้ว และผม...ทำเรื่องมือถือเป็นอาชีพที่ 2 เลยตอบสวนกลับไปแบบเสียงดังฟังชัดลั่นร้านก๋วยเตี๋ยว เอ่อ...คุณครับ ตั้งแต่ผมใช้โทรศัพท์มา ก็ไม่เคยใช้รุ่นที่เปลี่ยนหน้ากากเองได้ซักเครื่อง แล้วพอดีผมทำงานด้านมือถือครับ กรุณา.....อย่ามาหลอกคนอื่นด้วยวิธีแบบนี้เลยครับ ปลายสายก็พยายามย้ำว่าไม่ได้หลอกนะคะ ผมเลยยืนยันคำเดิม ย้ำ...ผมทำงานด้านมือถือครับ และกรุณา.....อย่ามาหลอกคนอื่นด้วยวิธีแบบนี้เลยครับ ปลายสายก็พยายามย้ำว่าไม่ได้หลอกนะคะ ผมเลยตัดสายทิ้งไป...แล้วนั่งกินก๋วยเตี๋ยว แถมตบท้ายไอศครีมต่อด้วยความดีใจยิ่ง จู่ๆโดนคนโทรมาหลอกถึงที่......ไม่ตกยุคกับเขาแล้ววุ้ย คือก่อนหน้านี้ ผมเคยโชคดี ได้รับรางวัลจริงๆกับเขาอยู่ เป็นรางวัลจากรถไฟฟ้า BTS เขาก็จะโทรมาถามผมว่า ชื่อนั้นนี้ใช่มั้ย คุณได้รับรางวัล คือ.... แล้วก็นัดวัน สถานที่ มีพิธีรับมอบ หักภาษีที่หน้างาน มีรูปไปแปะประกาศเรียบร้อย ซึ่งแน่นอนครับ ที่รับของ คือ สำนักงานใหญ่ของ BTS นั่นเอง สงสัย 18 มุงกุฎมันไม่เคยโชคดีได้รับรางวัลอะไรเลยมั้ง เลยคิดวิธีโกงแบบ "ทื่อๆ" มาใช้ ใครเจอพวกนี้ แล้วมีวิธีกวนกลับไปแบบฮาๆ อย่าลืมมาเล่ากันบ้างนะครับ August 05 16ผมมีนิสัยติดตัวอยู่ข้อนึง
ซึ่งสุ่มเสี่ยงกับคำครหาว่า..ไร้ซึ่งสปิริต จริงๆผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า
ความรู้สึกของคำว่า "สปิริต" นี้ มีบรรทัดฐาน หรือว่าเอาอะไรมาเป็นตัวชี้วัด ถ้าการที่ต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ในคนหมู่มาก
แต่ปราศจากซึ่งความสุข...สู้เดินลุกออกไปดีกว่า และสิ่งที่ผมเลือกที่จะทำคือ จะเดินปลีกตัวออกไปจากที่ตรงนั้น...อย่างรวดเร็ว
ไร้ร่องรอย หรือมีพิรุธน้อยที่สุด
ป่วยการ ที่จะเสียเวลาที่จัอยู่ให้ตัวเองรู้สึกเป็นทุกข์ ผมรู้สึกว่า การโหวกเหวกโวยวาย มันทำให้เราลดคุณค่าในตัวเองลงไป และพาลจะสร้างความวุ่นวายในความรู้สึกคนอื่น
และมันคงจะดีกว่าจะให้ใครมาเสียความตั้งใจ
เวลาที่เขาเข้ามาถามไถ่ด้วยความสงสัย หรือว่าห่วงใย เพราะผมมักให้คำตอบไปเสมอๆ ว่าไม่มีอะไร ทั้งที่มีสิ่งติดค้างในใจอยู่เสมอๆ เหตุผลที่เป็นแบบนี้
เพราะหลายครั้ง...ผมก็
อึดอัดกับการความเจ้ากี้เจ้าการ วางแผนมันเองเสียทุกอย่างของเพื่อนร่วมสังคม
เพราะผมไม่ใช่ตัวเบี้ย ที่จะชี้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา... อึดอัดกับตัวเอง ที่ไม่สามารถจัดการความรู้สึกที่เกิดจากสภาวะความจริงตรงหน้า ในบางครั้ง ที่ผมอาจจะดูนิ่งเฉย เพียงเพราะนั่นผมกำลังพยายามต่อสู้กับตัวเองอยู่ ผมยังคงนึกขอบคุณทุกครั้ง
ที่มีบางคนแอบมองด้วยความเข้าใจ ในเวลาความสามารถในการปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นของผมมันเหลือเท่ารูเข็ม มันจะผิดปรกติไปมั้ย
ถ้าเวลาที่ตัวเองตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ผมจะสูดหายใจลึกๆ แล้วคิดแค่ว่า อยากให้มีใครซักคนมาเข้าใจความรู้สึกลึกๆ ว่าคิดอะไรยังไง โดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมามา แต่มองมาด้วสายตาแล้วรู้ว่าเข้าใจ
August 02 15บนเส้นทางเดินที่มีเข็มนาฬิกาบอกแทนหลักกิโลที่ผ่านไป
เราต่างก็มองไปยังทางเดินข้างหน้า เมื่อมองหาความก้าวหน้า ก็จะซึ่งตามมาด้วยสัมพันธ์กับคนใหม่ หากแต่มิได้มองมาตามทางรอยข้างหลังซักเท่าใด
ว่าที่ผ่านมานั้นเราพบใคร พบเจอกับอะไรมาบ้าง เว้นแต่มีใคร่ที่จะเพียรบันทึก เพื่อระลึกถึง บางทีแค่บ้างอยู่ซอยข้างๆ กัน หรือเพียงถัดไปไม่กี่หลักกิโล
ระยะห่างที่ถ่างออกไปตามวิถีทางของอายุ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ กับความคุ้นเคยกัน มันกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เคยคุ้น กับสุญญากาศในความสัมพันธ์ เว้นแต่เสียว่า เส้นความสัมพันธ์จะหวนกลับมาเพราะ
ต้องมามีวงจรชีวิตร่วมกัน ในชีวิต..มีหลายครั้งที่มีความพยายาม
ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์วัยเยาว์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการเลี้ยงรุ่น ทั้รวมกลุ่มย่อย หรือกลุ่มใหญ่ในระดับชั้นปี เป็นการรวมตัวในงานสังสรรค์ งานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งงานศพ คำถามที่พรั่งพรู ดูจะเหมือนถอดออกจากแม่พิมพ์เดียวกัน
ใครเป็นอย่างไร จำกันได้แค่ไหน ทำอะไรกันอยู่ ใครคนนึง ที่เราเคยปลื้มอก ปลื้มใจในช่วงเวลานึง ประหนึ่งว่าเราเกิดมาเพื่อคู่กัน ถึงเวลานี้ เขา หรือ เธอ อาจจะเป็น สามี หรือว่า ภรรยาของครอบครัวใดซักครอบครัวหนึ่งก็เป็นได้ เราต่างถามกัน เพราะอยากได้ใคร่รู้ในความเปลี่ยนแปลง
อาจจะเป็นเพียงอารมณ์ถวิลย์หาอดีตเพียงครู่ ก่อนที่ทุกอย่างจะผ่านไปในวันพรุ่ง |
|
|