jbidea 的个人资料beware expire date照片日志列表更多 工具 帮助
5月27日

งบไม่เกินหมื่นห้า ซื้อมือถือยี่ห้ออะไรดี (ประจำเดือนพฤษภา)

วันก่อนมีคนถามคำถามขึ้นมาใน yahoo! รู้รอบ ขึ้นมาว่า
 
"มีงบอยู่15000 อยากได้PDAซักเครื่องไม่งั้นก็ขอเป็นโนเกีย แต่ไม่อยากได้GPS"
 
ดีครับถามมาแบบนี้ตรงประเด็นดี
ผมเลยแนะนำรุ่นที่ผมชอบมากๆรุ่นนึง
ซึ่งราคาหล่นจนน่ากลัวมากอยู่
นั่นคือ nokia n81 รุ่นตัวธรรมดา ไม่ใช่ 8GB นะครับ
 
ทำไมถึงแนะนำรุ่นนี้ ?

1. ตอนเปิดตัวราคามาค่อนข้างแรงเหมือนกัน แต่ตอนนี้ตกเหลือหมื่นต้นๆ
2. เป็น n-series ที่งานประกอบแน่นมาก 
เอาน่า n-series ก็ไม่ได้ประกอบดีไปซะทุกตัวหรอกครับ
แต่น้ำหนักก็นะ...นิดนึงๆ

3.มี wlan มี a2dp
แถมเล่นเกมสนุกมาก! แต่ผุ่มจะแข็งๆนิดนึง
แต่อย่าไปคาดหวังกับกล้อง 2 ล้าน

4. การรองรับระบบมันเยอะดี
ระบบ WCDMA/Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล TFT-LCD 16.7 ล้านสี - 240 x 320 พิกเซล (2.4")

5. รองรับแอพพลิเคชั่น Flash Lite 2.0 
อันนี้หาเกมแฟลชไลท์มาใส่ได้ครับ ฟรีๆก็พอมีบ้าง

6. การแสตนบายทำได้นาน 17 วัน (เยอะนะ)
สนทนาต่อเนื่อง 240 นาที
5月26日

คำคม เจ้าสัว

เมื่อเที่ยงวันศุกร์ระหว่างกำลังเดินไปซื้อข้าวขาหมู
เพื่อแบกขึ้นไปให้พรรคพวก และพี่ๆ ที่ห้องประชุม
จู่ๆรุ่นน้องผม ก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่า
 
การที่คนเราที่ได้อะไรอย่างที่ชอบ
แล้วมันสามรถเลี้ยงชีพได้
นี่มันโคตรจะมีความสุขเลยนะ
 
ผมกลืนน้ำลายไปเอื๊อกนึง
คงเป็นเพราะเราต่างรู้เหตุผล
และต้นตอของการพูดประโยคนี้ขึ้นมา
 
บางทีคนเรา
ก็มักจะมองเห็นตอนที่มันสำเร็จแล้ว
แต่ก็ไม่ได้มองว่า
ไอ้ตอนที่นับหนึ่งขึ้นมามันยากขนาดไหน
ไม่นับพวกไฮโซ
ที่โทรขอเงินกงสีกริ๊งสองกริ๊งแล้วทำได้เลยนะ
 
เดินๆคุยไปก็เลยได้นึกถึง fwd mail ฉบับนึง
ผม copy & paste เอาไว้ข้างล่างนี่ละกันครับ
 
 
******* คำคม เจ้าสัว ********

เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม
หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน
คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย
 
ชัยยุทธ กรรณสูต
 
อย่าลืมว่า
ในการประกอบธุรกิจ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย
และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้
ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
และเรื่องนี้ผมก็สอนลูก ๆ ผมอยู่เสมอ
 
อุเทน เตชะไพบูลย์
 
ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ
คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล
วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ
เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง
จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว
ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว
 
ธนินท์ เจียรวนนท์
 
ผมพร้อมจะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า
แต่ถ้าวันใด ที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง
ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น
แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม
 
เจริญ สิริวัฒนภักดี
 
ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ
แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ อีกอย่างหนึ่งบ
แบงค์กรุงเทพฯเคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย
 
ชาตรี โสภณพนิช
 
 เจี้ย ยู่ เล้ง โจ้ว ซื่อ ยู่ โฮ้
 แปลเป็นไทยได้ความว่า
 กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร  > ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ
 และก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น
 ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้
 
บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา
 
 ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ
 คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง
 แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน
 
อนันต์ กาญจนพาสน์
 
 จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา
 เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไป มักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา
 มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา
 แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา
 ผมบอกลูกน้องของผมว่า
 เราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา
 
พรเทพ พรประภา
 
 ในเรื่องของการพิจารณา ความดีความชอบ
 ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่า
 ลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้ว
 ลูกค้าพอใจแค่ไหนอย่างไร ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียว
 เพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง
 อาจเกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้
 
ประกิต อภิสารธนรักษ์
 
 ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า
 มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด
 หรือแม้แต่เลวที่สุด
 เพราะคนที่ดีสุดและเลวที่สุด
 ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว
 คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว
 
ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ
 
 ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
 คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ
 และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ
 ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว
 
ชวน ตั้งมติธรรม
 
 มีหลักในการบริหารงาน ไม่กี่ประการ
 1. ต้องลับคมอยู่เสมอ
 2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที และ
 3. ต้องรักษาคำพูด
 
คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
 
 เวลามีปัญหาในองค์กร ปัญหาชีวิตและสุขภาพ
 จะมีทางแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายหลายรูปแบบ
 แต่ที่สำคัญต้องมีสติ และมีความรักเป็นพื้นฐานสำคัญ
 จากนั้นจึงค่อยใช้ปัญญา เพราะปัญญาช่วยให้มองเห็นหนทาง
 ของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด
ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
 
 1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น
 2. จริงใจกับทุกคน
 3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ
 4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน
 5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา
 6. จงคุมชะตาด้วยตนเองมิฉะนั้น ผู้อื่นจะมาคุมแทน
 
ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์
 
 ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง
 ควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงานเสมอ
 การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
 คือเป็นการเพิ่มประสบการณ์อื่นเป็นความรู้
 นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอาเปรียบผู้อื่น
 ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง
 
โพธิ์พงษ์ ล่ำซำ
 
 ที่ชอบเป็นพิเศษ คือคำพูดของซุนวู่
 ที่บอกว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
 ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันที
 และเข้าใจว่า คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร มักอยากเป็นแบบนั้น
 ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก แต่ที่ได้รับคำแนะนำ
 ว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจงเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ก่อนเป็นอันดับแรก
 
อมรเทพ ดีโรจนวงศ์
5月12日

38

อ่านแล้วปริ๊ดแตกไปนิดนึง
 "มองอย่างเซียน" โดย "ทิวไผ่"
ในหนังสือ บางกอกกทูเดย์ ฉบับวันเสาร์ที่ 10 พ.ค.51
เลยคิดลอกกันมาให้อ่านกัน
 
PANTIP.COM เว็บไซต์ปั่นหุ้นของจริง
 
เคยสงสัยมานานว่า เว็บไซต์อย่างพันทิปดอทคอมทำไมถึงเติบโต และเจ้าของได้ประโยชน์อะไร
เพิ่งเห็นจริงตรงที่เข้าไปจริงๆจังๆ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ถึงแม้ทาง ก.ล.ต. จะขอความร่วมมือ
แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของเว็บไซต์แห่งนี้จะไม่ได้สะทกสะท้าน อะไรเลย
ในห้องสินธรจะมีเป็นกลุ่ม ๆ ที่อาศัยบอร์ดในนั้น บอกใบ้ให้หุ้นและปล่อยของด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา
 และที่สำคัญการตั้งกระทู้ในแนวทางดังกล่าวมักจะได้รับความนิยม มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
แต่ทั้งหมดนี้จะได้รับการแก้ต่างของทางเว็บว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคนเข้าไปอ่านเอง
 
เป็นคำแก้ตัวที่อ้างกับ กลต. เพื่อหาความชอบธรรมให้กับตัวเองและมีการใช้เว็บบอร์ดนี้ขายของในกลุ่มพวกพ้องกันเองจำนวนมาก
โดยเฉพาะการขายกองทุน การโฆษณาประชาสัมพันธ์ขายบัตรเครดิต แม้จะไม่ได้ตรง ๆ ก็มีทุกวัน มีตลอดเวลา
 
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งกระทู้ถึงตัวหุ้นที่มีการปรับตัวไปแล้ว
ลักษณะเหมือนชักจูงให้รายอื่น ๆ  เข้าไปเพื่อรับของของตัวเองที่จะปล่อยออกมา
 ในขณะเดียวกันเมื่อมีอะไรที่เป็นสิ่งดี ๆ สำหรับักลงทุนหรือเป็นประโยชน์ จะถูกลบออก
เช่นงานสัมมนาดี ๆ ที่ "มาร์ก โมเบียส" จะมาพูดเป็นครั้งแรกขอแงประเทศไทยก็ถูกลบหายไป เป็นต้น
 
นี่คือตัวอย่างที่สามารถพบเห็นได้ในพันทิปดอทคอม
คืออะไรที่มีผลประโยชน์กับกลุ่มคนบางกลุ่ม มักจะได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างเช่น การแสดงกราฟการซื้อขายหุ้นทางเทนิค คือพยายามสร้างความน่าเชื่อถือทางเทคนิคในหุ้นที่พุดถึงกัน มากกว่าการพุดคุยกันธรรมดา
 น้อยครั้งที่จะการพูดถึงการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน มักจะยึดเอาเวลาสั้น ๆ ในการทำกำไร ทำให้คนที่เข้ามาอ่านมีความรู้สึกว่า ถ้าเล่นหุ้นเก็งกำไรจะได้เน้นเนี้
 
ขณะที่จะมีการพูดถึงเรื่องปัจจัยพื้นฐาน หรือแนะนำคนที่ลงทุนระยะยาวๆ ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
เช่น กองทุนต่าง ๆ หรือเจ้าของกองทุนส่วนบุคคล ที่มีลงทุนในประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ
ในลักษณะนี้จะถูกลบออกไป  เหมือนกับพยายามบอกว่า เว็บไซต์แห่งนี้
จะให้ยึดถือการลงทุนแบบเก็งกำไรมากกว่า
 
เป็นที่น่าเสียใจที่เว็บไซต์ดี ๆ แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นซาตาน
ที่ทำให้คนเล่นหุ้นต้องติดนิสัยการเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรหรือหุ้นปั่น
มากกกว่าการลงทุนแบบยั่งยืน ซึ่งจะสร้างอนาคตที่ดีและความมั่งคั่งจากการลงทุนได้ดีกว่า
 
ตัวอย่างการลงทุนที่ดี ๆจากผู้ประสบความสำเร็จใหม่ ๆ
จะไม่ได้รับการตอบรับจากเว็บไซต์แห่งนี้เท่าไร่นัก
ทำให้หลาย ๆ คนในกำลังชื่นชมกับความสำเร็จของคนรุ่นเก่า
คนเก่า ๆ และยึดถือกันให้ชื่นชมกัน แต่คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จกลับไม่ได้รับความสนใจ
 
น่าอนาถแท้ ๆ ที่สมองของเว็บมาสเตอร์คิดได้แค่นี้
การเรียกเตือนของ ก.ล.ต. คงไม่ได้ทำให้เจ้าของเว็บไซต์แห่งนี้ มีสำนึกเท่าไหร่นัก
 เหลือแต่คนที่เข้าไปในเว็บไซต์แห่งนี้ โปรดใช้วิจารณญาณดี ๆ
ก่อนไปหลงเชื่อรับหุ้นที่พวกเขาตั้งใจปล่อยออกมา หรือไล่ตามเก็บของที่พวกเขาทิ้ง มันอันตรายครับ
 
อ่านต้นฉบับที่นี่ครับ
http://www.bangkok-today.com/bkk.content.php?bkk=1,,10,20058
 
"บางทีคนเราเขียนอะไรก้ต้องรับผิดชอบข้อเขียนตัวเองกันบ้าง"
 
ป.ล.
clip นิคกี้ พิมพ์ ในรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย
ดูแล้ว...อืม ตัวจริง ชัดเจนมาก
 
 
 
 
5月4日

บัญญัติ 11 ประการ ป้องกันตัวเองจากไวรัสคอมพิวเตอร์

 
คืนวานนี้ กับวันนี้
ผมมีภารกิจล่าล้างเผาพันธุ์ไวรัสคอมพิวเตอร์ให้กับ "บางคน" อยู่

ไวรัสคอมพิวเตอร์มันเป็นหนึ่งในปัญหาลำดับต้นๆ
สำหรับคนคอมพิวเตอร์น่าหงุดหงิดใจอยู่มิใช่น้อย
อย่าว่าแต่ทำให้เสียการเสียงานเลย
บางครั้งเผลอๆ จะเสียข้อมูลสำคัญๆไปเสียด้วยซ้ำ
ถ้าทำเองไม่เป็น เผลอๆเสียเงินเสียทองอีก
แล้วยิ่งถ้ายกเครื่องไปทำตามร้าน ก็ไม่อาจจะรับประกันได้ว่า
ข้อมูลสำคัญๆในเครื่องอาจจะโดนล้วงไปอีก
 
วิธีป้องกันตัวเองแบบง่ายๆ ที่ผมใช้ประจำก็ตามนี้ครับ

1. หมั่นอัพเดทแอนตี้ไวรัสเสมอๆ
ตั้งให้อัพเดทแบบอัติโนมัติไว้เลยยิ่งดี

2. ของฟรี และดีไม่มีแจกในโลก
ถ้าเข้าเว็บไซต์เสี่ยงๆเพื่อจะเอาของฟรี
ใช้บราวเซอร์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ ie เถอะ

3. ได้ไฟล์จากข้างบน หรือจะได้มาจากไหน
มาให้สแกนซะรอบนึงก่อนเปิด

4. อย่าทะลึ่งรับไฟล์ซี้ซั๊วจาก msn
เพราะยบางทีคนที่ส่งไฟล์มาอาจจะเป็นพาหะ โดยไม่รู้ตัว
หรือบางทร เขาอาจจะมีความไม่ประสงค์ดีแนบไฟล์บางอย่าง
เพื่อมาอาศัยล้วงช้อมูลในเครื่องเราได้

5. thumbdrive หัดแสกนไวรัสซะบ้าง
เพราะไอ้นี่คือพาหะชั้นดีในการแพร่กระจาย
ที่แผนกผมเคยต้องลงซิสเต็มกันใหม่ที 3-4 เครื่อง
เพราะติดกันเองจาก thubdrive
แล้วเวลาไปเสียบกับชาวบ้านระวังอย่าให้มัน auto run

6. ใช้แอนตี้ไวรัสเจ้าไหนอยู่
ก็หัดเข้าไปอ่านบ่อยๆเสียบ้าง ว่าตอนนี้มีอะไรให้ต้องระวัง
และตัวไหนที่แสบๆและมาใหม่ๆ เขามักจะมีตัวแก้ไขแจกฟรีให้เสมอ
(แต่ก็ไม่ทุกครั้ง)

7. หมั่นอัพเดทบ้างก็ดีตอนนี้เขานิยมแอนตีไวรัสตัวไหน
ไอ้ที่ใช้กันมาแต่นมนานโบราณกาลก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป
เอาที่มันจับได้เยอะๆ แล้วไม่หน่วงเครื่องแหล่ะดี

8. ถ้าไม่สามารถล้างเครื่องตัวเองได้
ให้เอาฮาร์ดดิสก์ ไปต่อกับเครื่องเพื่อนซะ
แต่กรุณาเลือกเครื่องนิดนึง
ว่าตัวแม่นี่ก็ปลอดนะ
เอาฮาร์ดดิสก์ที่ติดเชื้อต่อเป็นตัวลูก
จัดการไวรัสง่ายกว่าฆ่าด้วยตัวมันเองเยอะเลย
9. ถ้าไม่อยากติด spyware & ad ware
ก็อย่าจิ้มแบนเนอรืซี้ซั๊วะ  แล้วหาโปรแกรมพวกนี้ติดเครื่องไว้ซะ

10. ถ้ามีเวลาพอที่จะเปิดเครื่องทิ้งไว้นานๆ
ให้แสกนเครื่องแบบละเอียดยิบๆ ซัก 2 อาทิตย์ต่อครั้ง

11. หมั่นสำรองข้อมูล และหาแผ่นวินโดว์  ไดร์เวอร์ติดตัวไว้ใกล้ๆมือซะบ้าง
เผื่อถ้ามันเกินเยียวยา จะได้ไม่ลำบากชีวิต

 
ถ้าปฎิบัติตามนี้ สุขอนามัยในเครื่องคอมพิวเตอร์
และความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่องของคุณ
ก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
4月2日

37

เติ่ง ไต้ เจอะ หนี่ (Waiting for you)
ศิลปิน
- ไวท์ ธนา เตรัตนชัย
เพลงประกอบภาพยนตร์ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หนี่ คั่น เจี้ยน หว่อ มา? / เธอมองเห็นฉันไหม?
หว่อ ว่าง เจอะ หนี่ เตอะ เช่อ อิ่ง / ฉันหวังว่าจะได้เห็นร่างเงาของเธอ
หนี เข่อ คั่น เต้า หว่อ เซิน ฉิง อ้าย เจอะ หนี่ / เธอจะได้เห็นรักลึกซึ้งที่ฉันมีต่อเธอ
หว่อ ซิน จง ฮู หั่น / ใจฉันตะโกนเรียก
หว่อ จุ้ย เถิง ซี เตอะ หมิง จื่อ / ชื่อที่ฉันรักที่สุด
หนี่ ทิง เต้า หว่อ ซิน เตอะ ฮู ฮ่วน มา? / เธอได้ยินเสียงเรียกจากหัวใจฉันไหม
 
(*)
หว่อ ย่ง ซิน ติ ซู่ ซัว หว่อ อ้าย หนี่ / ฉันใช้ใจบอกว่า “ฉันรักเธอ”
ชิง ซี ติ ซัว หว่อ อ้าย หนี่ / บอกอย่างจริงใจว่า “ฉันรักเธอ”
หลิง ทิง หนี่ น่า อู๋ เซิง เตอะ เช่อ อิ่ง / ตั้งใจฟังเงาอันไร้เสียงของเธอ
ก่าน โซ่ว หนี่ เติ่ง ไต้ เจอะ หนี่ / รู้สึกถึงเธอ รอเธอ
 
(**)
หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ ฮ่วน หนี่ / ฉันใช้ใจของฉัน มองเธอ เรียกเธอ
เติ่ง เจอะ หนี่ เตอะ เซิน อิ่ง เซี่ยง หวอ โจ่ว ไหล / รอให้เธอเดินมาสู่ฉัน
ชี ไต้ เจอะ โหย่ว อี้ เทียน หนี่ ฮุ่ย คั่น เต้า หว่อ / เฝ้ารอสักวันหนึ่ง เธอจะมองเห็นฉัน
หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ หว่อ อ้าย หนี่ / ฉันใช้ใจของฉันมองเธอ “ฉันรักเธอ”
 
หนี่ ทิง เจี้ยน หว่อ มา? / เธอได้ยินฉันไหม?
คั่น เจี้ยน หว่อ เตอะ ฉุน ไจ้ มา? / มองเห็นตัวตนของฉันไหม?
หนี เข่อ จือ เต้า หว่อ เซิน ฉิง เติ๋ง หนี่ อ้าย / เธอรู้ถึงความรักอันลึกซึ้งของฉัน ที่รอเธอรักไหม?
หว่อ ซิน จง เข่อ ว่าง / ในใจของฉันปรารถนาถึง
จวน จู้ เซิน ฉิง เตอะ ซวง เหยี่ยน / ดวงตาคู่นั้นที่เปี่ยมไปด้วยรัก
เวิน หนวน หว่อ จี้ มั่ว ปิง เหลิ่ง ซิน ฉิง / ที่จะอบอุ่นหัวใจอันเหงาและหนาวเหน็บของฉัน
 
------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : http://showded.com/bblog/music/archives/138
------------------------------------------------------------------------------------
 
ผมยังไม่ได้เดินไปที่โรงภาพยนต์
เพื่อพาตัวเองเข้าไปเสียเงินค่าตั๋วชมภาพนต์เรื่องนี้ซักที
คงจะมีแต่เพลงประกอบภาพยนต์เรื่องนี้
ที่ล้อมหน้าล้อมหลังด้วยเสียงอันดัง ระหว่างอยู่ที่ทำงานเป็นระยะ

จากหลายๆเพลงที่สลับกันดังขึ้นมา
แต่ทว่า ก็มีเพลงนี้ล่ะครับ..
ที่กระชากความรู้สึกผมขึ้นมาได้
จนชักไม่แน่ใจว่าที่มันกระชากความรู้สึกของขึ้นมานี่
เป็นว่าเพราะเพลงมันถูกกระหน่ำ  ย้ำซ้ำเข้าไปในหู
หรือว่าตัวเองได้ยินจากที่ตัวเอง
ไปโหลดเพลงมาจากทางค่ายเพลงมาก่อนหน้านี้
 
แต่พอเปิดอ่านเนื้อเพลงแล้ว
ก็พอเข้าใจเหตุผลของแรงดึงดูดได้..โดยไม่ต้องการคำอธิบายอื่นๆ
 

- หมายเหตุ -
 
1. ผู้ร้องเพลงนี้ คือ คุณ ไวท์ ธนา เตรัตนชัย
คุณ ไวท์ เป็น 1 ในผู้เข้าแข่งขัน อัจฉริยะข้ามคืน
ไม่ได้มีอาชีพหลักเป็นนักร้อง  หาประวัติเค้าเพิ่มได้จาก wikipedia
 
2. คนถอดความ และเขียนเนื้อเพลงภาคภาษาไทย เวอร์ชั่นน้องโฟกัส
ถอดความ และเขียนได้รวบรัด กระชับความดีจริงๆ
และน้องโฟกัสก็เล่นบทนี้ได้ดี
(ผมดูเอาจากคาราโอเกะ)
 
3. เพลงนี้อยู่รายชื่อเพลงที่ต้องพยายามฝึกร้องอยู่
ในช่วงชีวิตที่เกี่ยวกับดนตรีมา
เพลงภาษาต่างประเทศที่เคยดิ้นรนร้อง และเล่น
ก็มีภาษา  อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งมีทั้งที่ "รุ่ง"และ "ร่วง"
เพิ่งจะเคยฝึกร้องภาษาจีนเพลงนี้...เพลงแรก
 
4. ถ้าคุณฟังเพลงนี้ แล้วเกิดอาการ "อึ้ง" หรือมีอาการ "จุกๆ ที่ลำคอ"
อย่าตระหนกตกใจ...เพราะผมก็เป็น
(ขนาดผมฟังเป็นสิบรอบแล้ว)
 
5. หลังจากผมโพสต์บันทึกหน้านี้เสร็จ
ผมคงกำลีงส่ง smsไปหาใครบางคน
เพื่อบอกเจ้าตัวว่า...ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้
ผมกำลังนึก "ใครบางคน"
ที่กำลังอ่านข้อความบนโทรศัพท์อยู่...
3月27日

36

เหตุผลดีๆ ที่คุณควรจะเสียเงินเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
มากกว่านั่งเรียนด้วยเอง
 
1. หนังสือราคา 199-300 กว่าบาท  แต่ค่าเรียน 2000 บาทขึ้นไป
ค่าของเงินทำให้ความงกในเงินมันต่างกัน
ด้วยความงกในตัวเงินเลยทำให้เรารู้สึกว่า
ถ้าโดดเรียนแล้วมันเสียดายตังค์โดยใช่เหตุ
ก็เลยต้องลากสังขารไปเรียนมันซะ
ขณะที่หนังสือมาอ่านวันหลังได้
ผมเลยมีหนังสือสอนคอมเป็นตั้งๆอยู่ที่บ้าน
 
2. คนที่สอนคอมคุณนั้น เขามาแบบตัวเป็นๆ
ไม่ได้มาเป็นซีดีแผ่นๆ 
ไม่ได้มาแค่ในจอประหนึ่งว่านั่งดูตู้ปลา
สงสัยอะไรก็ถามมันตรงนั้น
 
3. พวกเก่งเทพหลายคนมักรับงานสอนด้วย..
อย่างน้อยก็ช่วยให้เรามีคอนเน็คชั่นเพิ่มอีกทางนึง
ผมคงไมได้เจอพี่ปุ้ม ตาวัน
ไม่ได้เจอพี่ต้น แมคอินทอช 
ไมได้เจอพี่ ป๊อก ซาวด์เอนจิเนียร์คอนเสิร์ตดังๆในบ้านเราแน่ๆ
ถ้านั่งแช่อ่านคู่มือซาวด์เอนจิเนียร์แต่อยู่ที่บ้าน
 
นี่อาจารย์สอนร้องเพลงผม
ให้ผมเป็นนายหน้าหางานให้แกอยู่
แล้วหักเปอร์เซ็นต์กัน ฮ่าๆ
 
4. ในคลาสเรียนคอมยิ่งเรียนนานไปยิ่งกำไร
เพราะที่ไอ้ที่แห่กันมาต้นคาบ
มันจะค่อยๆหายไปหลังผ่านคลาสไป 2-3 คลาส
 
5. ที่เรียนดีๆ จะมีใบประกาศให้คุณไปติดฝาบ้าน
เอาไปใส่ resume ก็เท่ เก๋ เลิศ...
 
ป.ล. 1
 
ตอนนี้กำลังเห่อของเล่นใหม่อยู่
เข้าไปดูกันก่อนที่ http://live.yahoo.com
ว่างๆจะเขียนแนะนำว่ามันทำไรได้บ้าง
ไอ้กรอบๆข้างนี่ก็ใช้เอนจิ้นตัวนี้
 
เมื่อวานแอบบ่นกับเพื่อน
ทำไมสมัยชั้นกับแกทำถ่ายทอดสดออนไลน์
มันไม่ทำง่ายๆ แบบนี้มั่งวะ !
 
ป.ล. 2
 
แอบเหนื่อยใจ..ไม่นิดหน่อย
เวลาเพื่อนๆอยากได้โน่น นี่นั่น เกี่ยวกับเว็บ
จริงๆมันไม่ผิดหรอก
เพราะเขามองในฐานะ "user"
 
แต่ในฐานะคนทำนี่
อยากบอกจริงๆว่า
ข้าพเจ้าอยากทำเว็บให้มันครบๆ ดีๆ กับเค้าเหมือนกัน
เพราะตัวเองก็พวกเกาะเทรนด์เหมือนกัน
แต่มันต้องใช้คน เหมือนจัดทีมบอลซะทีมนึงนี่แหล่ะ 
เลยรู้สึกผิดทุกครั้ง ที่ได้ฟังคำขอ T_T
 
แอบนึกถึงโปเจ็คถ่ายทอดออนไลน์ครั้งล่าสุด..นี่มันดรีมทีมชัดๆ
แต่มันก็คือฝันดีที่ผ่านไปซะละ T_T
 
ป.ล. 3
 
เพราะเหตุผลข้างบน
หลายครั้งที่มานั่งนึกว่า
คิดถูกป่าววะตู...เดินบนพรมดีๆ
ดันอยากลงมาเดินบนทางลูกรังซะงั้น..
 
ป.ล. 4
 
แอบนึกเพลงสากลเพลงนึง
ที่มันบอกนัยๆ ว่า
ตูไม่ใช่ซุปเปอร์แมนน ที่จะทำได้ทุกอย่าง
 
ป.ล. 5
 
ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ถูกเข้าโปรแกรม  matrix
เหมือนโดนตัดมือ ตัดเท้า พิกล
แผนกที่ต้องอัพเดทตามโลกสุดๆ
แต่ทุกอย่างต้องผ่านการพิจารณา และขออนุญาต
 
โลกนี้ไม่ได้หมุนตามเม็มโม่นะเว้ยเฮ้ยยยยย!!! 
3月24日

35

ข้ออ้างกลางกองงานที่จ่อคอย
ที่มักใช้เสมอๆ ในที่ทำงาน
คือ การเปิดเว็บใหม่ๆ เพื่อดูว่าเค้าไปถึงไหน
 
ยิ่งดูก็ยิ่งแบบ
โอย...ชิบหายแล้วกรู
ผมแอบสบถดังๆอยู่ในหัว
ถ้างานเขียนเรื่องโมบายล์เว็บ
ตูก็หนึ่งในตองอูเว้ย
แต่พองานอินเตอร์เน็ต โปรดัคชั่นเนี่ย
กลับมองเห็นตัวเองตกคลื่น cyber อยู่รำไร
 
ผมไต่มาจากสายเว็บคอนเทนต์น่ะครับ
เทรนด์อะไรมาน่ะ..ได้เล่นหมด ลองหมด
แต่ให้ลงไปสร้างโปรดักชั่นเองคงไม่ไหว
 
หลังจากเพียรพยายามตัวเองจนอ่อนใจหลายปี
สงสัยต้องไปเสียเงินเรียน
ครับพรุ่งนี้ ผมจะกลับไปเป็นนักเรียนอีกรอบ
แถวๆ อนุเสาวรีย์นี่แหล่ะ..6 โมงถึง 3 ทุ่ม
จะไปรอดถึงฝั่งมั้ยเนี่ย
 

ปล.

1. งานแถลง...กรณี kapook.com อันโด่งดัง จาก www.duocore.tv
(ฟังแล้ว..ไม่ปลื้ม)
 
 
(อ่านแล้ว..พวกนายเจ๋งว่ะ)
 
3. ถ้าชอบบล๊อคการ์ตูนๆ ให้เข้าที่นี่..เสียดได้เจ็บมาก
http://www.roigoo.com/index.php
 
4. อีกมุมนึง ของผูเสียสละ ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
http://iannnnn.com/2008/547
3月18日

34

เมื่อสายๆวานนี้
ผมเพิ่งมีโอกาสคลิ๊กกลับไปที่บ้านเก่าอย่าง www.storythai.com
เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงซักหน่อย
หลังจาก 9korn ผู้ดูแลเว็บได้ให้เกียรติ
ชวนผมไปร่วมแชร์ไอเดียกับการเปลี่ยนแปลงเว็บ
ในฐานะฟอซซิลของเว็บ ฮ่าๆ
 
จากตอนนั้นถึงเมื่อวานนี้ก้นานพอตัวอยู่
พอคลิ๊กเข้าไปก็เออ...
เจอความเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลย
ก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดี (ในแง่โปรดัคชั่น)
 
แต่ในแง่ของคนนี่สิ
ลองอ่านลิงค์นี้ดู
http://9korn.storythai.com/200802/entry-244
 
อ่านจบแล้วก็พยักหัวเห็นด้วยหงึกๆ 2 ที
จริงที่สุดเลยว่ะน้องเอ๊ย...
 
ผมอาจจะเป็นคนที่ผ่านช่วงพีค
ของการเขียนบันทึกออนไลน์แล้วมั้ง
 
พอวันนึง อายุมาถึงจุดๆนึง
เลยไม่ค่อยนึกครึ้มๆ
ที่จะเห็นดีเห็นงามกกับกับพฤติกรรมการล่าแต้ม แอดเพื่อน
แต่งหน้าเว็บให้อลังการล้านแปด
ที่ทำกันซะให้เลอะเปื้อนเกลื่อนไปหมด
 
จริงๆ value มันอยู่ที่ตัวเราเขียนอะไรลงไปต่างหาก
หน้ากาก หรืออื่นๆมันแค่..ออฟชั่นน่ะ
ผมมามีอาชีพที่ 2 คือเขียนหนังสือ เขียนคอลัมน์
ส่วนหนึ่งก็เพราะการฝึกปรือจากการเขียนบันทึกออนไลน์เนี่ยล่ะ
 
ตอนนี้ผมเอง
ก็ไม่คาดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว
ว่าการเขียนบันทึกออนไลน์ในวันหน้า
มันจะกลับมาเป็นเหมือนวันก่อน
คือการที่ทุกคนจะมีลายเซ็นต์ของตัวเอง
ในวันที่ทุกอย่างอยู่ในวัฒนธรรมแดกด่วน
 
ขอแค่รู้ว่า..คุณควรจะโฟกัสอะไรในพื้นที่เล็กของๆคุณ
และทำให้มันมีผลอันเป็นบวกในออฟไลน์ได้...นั่นก็จะยิ่งดี
 
อย่าบอกว่าทำกันไม่ได้..ก็ผมน่ะทำมาแล้ว
3月16日

33

  

 
เพราะ MV เพลง Low ของ Florida ft. T-Pain ตัวเดียวแท้ๆ
ที่ดึงดูดเรียกให้ผมเข้าไปดูตัวอย่างหนัง step up 2 : the street
 
และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมต้องไปเสียเงินลงทะเยีนวิชากราฟฟิคแถวๆ อนุเสาวรีย์
ก็เลยไม่รีรอก็ได้เสียเงินไปดูจนได้
เรื่องย่ออ่านที่นี่
 
 
โอเค๊..มันไม่ใช่หนังเริ่องเรื่องแรกที่เอาความเป็น street dance มาเป็นจุดขายหรอก
แต่มันเป็นหนัง street dance ที่ดูสนุก
มันสนุกด้วยโปรดักชั่นที่คัดเอาซีนการเต้นมาโชว์แบบเน้นๆเลย
เรื่องบท และพล๊อตก็ดูจะเป็นเรื่องรองๆลงมา
 
ชนิดที่ว่าหนังเปิดฉากมา ได้ 15 นาที ก็พอจะเดาที่เหลือต่อได้
ว่าฉากต่อไปตัวเอกจะพบอะไร จะเจออุปสรรคไหน แม้กระทั่งจะจบยังไง
ฉะนั้นไม่เหมาะกับการเอาสมอง
ไปประมวลเรื่องความหนาแน่นของบทภาพยนต์ด้วยประการทั้งปวง
 
ดูจบแล้วแอบนึกถึงสมัยเรียนอยู่นิดๆ
ที่เพื่อนชอบด่าเวลาซ้อมเต้น ว่ามึงกำลังเล่นกายกรรมกันอยู่รึไง
แถมขึ้นเวทีโชว์เต้น ด้วยชุดประหนึ่งแดนเซอร์พี่ J jetrin -_-"
ไม่กล้าเอารูปเก่าๆมาดูเล้ยจริงๆ...พีบผ่าสิ
 
หนังมันทำให้ผมยังคงชอบวัฒนธรรม street dance อยู่
(บ่อยครั้งที่ผมไปปยืนดู b-boy บน bts ทั้งชุดทำงาน
คือมันเป็นวัฒนธรรมที่วัดกันที่ skill
ไม่ได้บ้าประโคมตัวด้วยของออฟชั่นแรงๆ
แบบ street fashion บางคน บางกลุ่มที่กำลังหลอกตัวเอง และคนอื่นๆ
 
ว่ามันคือแฟชั่นสำหรับเดินถนน ใช้ถูกแพง ผสมกัน
แต่วัดกันจริงๆนั้น ไอ้ที่ประโคมมาราคาเกินข้าวไปทั้งเกวียน
และมูลค่าการขายเกินมูลค่าต้นทุนการผลิตไปอักโข...
 
ดูเรื่องนี้จบไป เห็น ubc จะเอาเรื่องนี้มาฉาย
นี่ก็น่าดูเหมือนกัน
 
ทิ้ง  trailer ไว้ดีกว่า เผื่อจะกระตุ้นต่อมอยากดูให้คนอื่นๆบ้าง 
 
สรุปง่ายๆคือ
step up 2...หนังเต้นกันมันโคตร นางเอกปอดบวมทั้งเรื่อง
ไปดูเถอะ ถ้าอยากดูฉากเต้นมันๆ กันค่อนเรื่อง
 
 
   
3月9日

32

เมื่อวานมีเหตุต้องเข้าไปยัง สน. วิภาวดี
ด้วยเหตุอันเนื่องมาจาก ขับรถดี มีมารยาทไปนิดนึง
ถึงได้เลี้ยวพลาดเลนไป จนได้ไปจ๊ะเอ๋กับตำรวจ...
 
ซึ่งวันธรรมดา
ผมไม่เคยเจอพี่แกมาเล่นซ่อนแอบแบบนี้เลยนะ
เลยได้ใบประกาศคาดโทษให้ไปชำระค่าปรับตามระเบียบ
(ผมโดน อยู่ สน. เดียวเลยเนี่ย)
 
แต่พอดีไปซะค่ำเลย..
เพราะมัวแต่ไปให้สัมภาษณ์กับก้อนก๊วนเฉลิมไทย pantip
เวรเอ๊ย...เค้าปิดรับใบสั่งตอน 18.00 น.
 
ขอหน่อยเหอะตำรวจ สน. นี้ กวนตีนอีกแล้วครับท่าน
บอกเวลาเฉยๆมาก็ได้  ดันสำทับมาว่า
น้องมาจ่ายเวลานี้
เขาปิดรับไปแล้ว ตอน 6 โมงเย็น
ถ้ามาวันธรรมดาตอน 5 โมง
เพราะเขาตัดยอดวันต่อวัน
 
ถ้าเปิดรับทั้งวันทั้งคืน
คนรับไม่ต้องหลับต้องนอนเลยเรอะ
 
แล้วตอนทะลึ่งมาเล่นซ่อนแอบล่ะพี่..พี่เลือกเวลาเหรอ ?
 
เอาเถอะเลอะเทอะมานอกประเด็นมาเยอะละ
ตอนที่จอดรถ
ผมก็เจอซากรถชนยับอยู่คันนึง
เห็นแล้วสงสารคนขับ สงสารรถไปด้วยในตัว
 
09032008(004)
 
มันคือซาก  nissan nx รถรุ่นโปรดที่ผมโคตรอยากขับ...มาก
เอาวะ...มาจ่ายอีกรอบพรุ่งนี้ก็ได้
 
 
 
พอขับรถมาถึงตอนเช้า
เฮ้ย...ไอ้ลานจอดรถที่มันว่างโล่งโคตรทำไมวันนี้มันแน่นจัง
พอเลี้ยวรถเข้าไปผมถึงได้คำตอบ
 
คืนเดียวมันมีรถโดนชนพังยับทีเดียว 3 คันเลยรึ
 
09032008(003)
 
คันแรกเป็น แท๊กซี่ครับ...ไส้ไหลออกมาเป็น 3 k
 
 
09032008(002)
 
 
คันที่ 2 กระบะอีซูซู รุ่นเปิดท้ายขายกับข้าว....ซึ่งคันนี้ก็เปิดท้ายขายกับข้าวจริงๆ
ชนกันแบบเบาะๆ
 
เดี๋ยวมาดูคันนี้ครับ.....
 
 
09032008(001)
 
 
หน้ายุบ หลังคาบุบ...กระจกแตก แหลกรอบคัน
ดูรู้เลยว่าผู้หญิงขับ...เพราะประดับด้วยคิตตี้ซะขนาดนั้น
 
เห็นแล้วชวนหดหู่แต่เช้าเลย...
ขับรถยังไง ก็ระวังๆกันบ้างนะครับ
อย่าให้พังยับจนต้องมาประดับ สน. แบบนี้
 
09032008
 
 
 
* ตอนนี้ กำลังชอบ e-magazine ของที่นี่ครับ  http://www.thaiegazine.com
 
** ตอนนี้กลับมาขายของประปราย ตอนนี้จะเป็นอุปกรณ์เกม
เจอลูกค้าดีๆก็หลายหน 
เจอลูกค้าคนไทยหัวใจ...(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ก็หลายอยู่
ไม่นับพวกพูดมาก ไม่อยากซื้อไม่ว่า แต่อย่าปากมากได้มั้ยเนี่ย
บอกแพง บอกแพง..
เอ่อ ไปหามาขายให้มันได้ราคาถูกสมใจซะเองเลยดีมั้ย
 
*** ไปอ่านชะตากรรมของรุ่นน้องผม ที่เจอเรื่องคล้ายๆกัน
แบบเครียดปนขำ ได้ที่นี่
2月11日

31

 
 
กำลังชอบโฆษณานี้อย่างมาก
อันที่ผมลงนี่เป็นตัวเต็มๆ  รอดูตอนจบด้วยนะครับ
ทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟฟ้า ผมเป็นต้องยืนดู และยืนยิ้มเป็นบ้าคนเดียวเป็นหลังดูจบ
มันเป็นความชอบแบบไม่มีเหตุผล
ทำไมถึงชอบ..?
 
1. ผมชอบพล๊อตมันครับ  คือ ผมเบื่อการบอกโปรยัดทะนาน

2. ผมชอบนางเอกครับ โห...ตอนหันมายิ้มนี่ หัวใจหล่นลงไปกองกับพื้น

3. ผมชอบคนที่เล่นเป็นพนักงานฮัทช์ ยิ้มกวนตีนได้ใจมาก

4.มุขในโฆษณานี้ ง่ายๆ แต่ขำและอมยิ้ม

5. ดูเสร็จแล้วคิดตาม ทำไมตอนตูไปร้านมือถือ
และ 2-3 ปี ที่เข้ามาในวงการนี้
ทำไม่เจอเรื่องดีๆ แบบนี้มั่งว้า !!
1月30日

30

                                
 
นั่งทำงานเครียดๆ..เจอคลิ๊ปนี้เข้าไปมีหงายครับ
เป็นเพลงไตเติ้ล Saint Seiya  ที่ชื่อ ชื่อ pegasus fantasy
เขาเอามาทำใหม่แบบ neo-classic
1月22日

29

best_answer
 
วันนี้รู้สึกดีใจเล็กๆครับ สำหรับการที่ถูกโหวตว่า
คำตอบของผมเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของ  รู้รอบ  ใน Yahoo! Thailand
 
อย่างน้อยก็พอใจชิ้นว่า
ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญที่เขาเชิญไปตอบนี่
ก็พอจะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นๆ
 
ในวันที่ชีวิตทำงาน  8.30-17.30
ไม่สามารถทำอะไรมาก ไม่สามารถทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้ได้
(บ่อย จนเบื่อทุกครั้ง...ที่ได้ฟังเสียงบ่นแบบนี้)
 
แต่ผมไม่คิดว่า ชีวิตมันต้องไปผูกติด
กับไอ้ 8.30-17.30 อย่างเดียวนี่หว่า
 
และผมคิดว่า ผมคิดถูก
ผมกำลังรอเวลาให้โครงการนี้
ออกไปยังสื่อต่างๆมากขึ้น มีคนสนใจมากขึ้น 
 
อย่างน้อย ความเห็นหรือ คำตอบของผม
ก็จะเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้น 
และคนก็จะรู้จักผมมากขึ้น Hot
 
1月20日

28

ขออนุญาตขายของกันนิดนึงครับ สำหรับวันนี้
 
ตอนนี้ที่ รู้รอบ ของ yahoo! Thailand
มีโครงการที่สนใจอยู่อย่างนึง
คือการเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาเข้ามาตอบปัญหา

 
คือโดยธรรมชาติของการใช้งานรู้รอบ
จะเน้นคำถาม คำตอบแบบสาระเนื้อๆเน้นๆนิดนึง
เพื่อเอาไปอ้างอิงได้  เขาเลยต้องหาคนเหล่านี้มาร่วมด้วยช่วยกัน
ซึ่งผมก็ถูกเชิญไปร่วมในโครงการนำร่องนี้ด้วย
ก็ต้องขอบคุณ ปอง ผู้ดูแลรู้รอบ ที่ให้เกียรติเชิญผมไปตอบคำถามในนั้นด้วย
โดยมีผู้ถูกรับเชิญร่วมอีกคนนึงคือ คุณน้ำแห่งเว็บ pocketpcthai.com
(คนนี้เก่งมากๆ ครับ คอนเฟิร์ม)

สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรู้รอบ
โดยการเข้าที่ url นี้ครับ  http://th.answers.yahoo.com/
หรืออ่านรายละเอียดของโครงการนี้ก่อนได้ ที่นี่ ครับ 
ส่วนหัวข้อมือถือ โปรโมชั่น หรือว่า pda จะอยู่ในหหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าครับ
 
 
อีกอันนึงคือ...ตอนนี้กำลังลุ้นครับ
ว่าจะได้กลับไปจัดรายการตอบปัญหาเรื่องมือถือมั้ย
หลังจากที่ช่วงนึงเคยไปจัดที่ my iptv ของชินแซท
แต่คราวนี้ลงเคเบิ้ล ทีวี ของต่างจังหวัดมั้งครับ
โดยทีมชินแซทเจ้าเดิม
รับประกันความฮา สาระ และบ้าบอ
เพราะมันเป้นรายการสด ประมาณ ch v หรือว่า mtv น่ะครับ
 
ก็รอลุ้นว่าจะผ่านมั้ย แล้วก็ดูผังรายการว่าจะไปลงเวลาไหน
ขอให้ไปลงกลางคืนเถอะจะได้แว้บไปจัดได้
 
ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ มันไม่มีความยืดหยุ่นเล้ยจริงๆ T_T
1月6日

27

ปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปจับฉลากที่ไหนกันมาบ้าง
แล้วโได้ของโดนๆกันซักกี่งานครับ ?
 
ปีใหม่นี้ผมโดนไปเบาะๆ แค่ 3 งาน
โดยงานล่าสุด ซึ่งก็น่าจะงานสุดท้ายก็เป็นงานของกลุ่ม club lerm
ที่จัดที่เดิมทุกปี ที่บ้านรุ่นน้องคนนึงในกลุ่ม
 
จับฉลากเป็นกิจกรรมที่ผมค่อนช้างชอบนะ
คือมันมันเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้เห็นว่า
คนที่เรารู้จักมีรสนิยมแบบไหน
มีความตั้งใจแค่ไหน  นิสัยลึกๆเป็นยังไง
ผ่านของคนที่เอามาจับนี่แหล่ะ
 
เรื่องรสนิยมที่พูดกันยากนะครับ
...เพราะมันไม่ได้มีสอนกันในโรงเรียน
...เพราะมันค่อนข้างเกี่ยวพับพื้นฐานชีวิตในหลายๆส่วน
 
แต่เชื่อเถอะ
รสนิยมกับเงินในกระเป๋ามันคนละเรื่องนะ
เพราะส่วนใหญ่ในกติกาการจับสลาก
มักจะมีวงเงินที่ตั้งไว้แบบไม่ลำบากให้อยู่แล้ว
ทีนี้มันเหลืออยู่ที่ว่า
จะทำยังไง จะตั้งใจหาอะไรในวงเงินนั้นต่างหาก
 
เรื่องความตั้งใจนี่...
ผมค่อนข้างให้ความสำคัญนะ
 
คือจับสลากเนี่ย
มันคือการแลกของขวัญดีๆนี่เองๆ
 
คนที่เลือกของขวัญแบบใกล้ๆ ตัว
หรือเลือกของจากร้านสะดวกซื้อ
หัวไทย หัวนอกมาจับเนี่ย
ไม่รู้ว่าได้นึกถึงหน้าของคนที่ได้รับบ้างรึเปล่า
ว่าจะรู้สึกแบบไหน
 
เพื่อนผมเคยเจอเด็กๆเล่นเอาของวัตสันใต้ตึกที่ทำงานมาจับ...เวร
 
ผมเคยเจอคนเอากระเช้าซุปไก่สกัด
หรือว่าเคยเจอคนเอายาสีฟันแพ๊คใหญ่
สามารถใช้ได้ครึ่งปีมาจับมั้ยล่ะครับ
 
คนได้ที่รับนี่...เค้ายังนับญาติหลังจับได้ของพวกนี้ก็บุญแล้ว
 
จนบางที่ต้องมีรายลิสท์เลยว่า
ของสินคิ้ด 500 จำพวกนี่ห้ามเอามาจับ
 
เช่น ผ้าขนหนู ปลอกหมอน ขันสบู่ แปรง สีฟัน
ของกิน  (เหล้านี่ยกเว้นบางงาน) ห้ามเอามาเด็ดขาด
ไม่งั้นประจานยับไม่นับญาติ
 
แต่ถ้าจนปัญญาด้วยความสามารถทางการเงิน รสนิยม หรือว่าเวลาจริงๆ
เอาของกลางๆ สามัญๆ ที่ได้ใช้หน่อยก็ดี
แต่ต้องอิงพฤติกรรมกลุ่มหน่อยนะ

อย่างเมื่อวาน
มีคนเอา thumbdrive มาจับอยู่ 2 คน
ผมว่าก็ยัง เออ...เข้าท่าอยู่
อย่างน้อยใครได้ไป คงไม่ไอไปตั้งให้ฝุ่นจับแน่ๆ
 

หรือถ้าคิดว่าการจับแบบสุ่มไล่ชื่อต่อๆกันไปมันเสี่ยงนัก
จะใช้วิธีบัดดี้ก็ไม่เลวนะ
 
 คือให้จับก่อนวันงาน
ว่าใครต้องซื้อของให้ใคร
แล้วให้ทุกคนเขียนแนวๆ หรือประเภทของที่ตัวอยากได้เอาไว้
แบบนี้ก็จะเห็นความตั้งใจแบบชัดๆดี
คือเขียนบอกมาขนาดนี้ว่าอยากได้อะไร
ถ้ายังจะใส่ผ้าขนหนู โสมเกาหลี แบบนี้มีไล่เตะแน่ๆ

ส่วนตัวแล้วปีนี้ผมจับสลากมา 3 งาน
ความพอใจค่อนข้างไปทางในเกณฑ์ดี
 
- งานแรกเป็นงานของ โรงเรียนดนตรี
ผมได้กระเป๋าสะพายข้างมา 1 ใบ
ราคาค่างวดไม่สำคัญ
แต่รสนิยมคนให้นี่ก็ใช้ได้อยู่
 
- งานที่สองเป็นของที่ทำงาน 
ใช้วิธีจับแบบบัดดี้คือต้องเซอไพรซ์คนที่เราจับได้
พอดีน้องเซลล์ผู้หญิง 
เค้าซื้อนาฬิกาตั้งโต๊ะ..น่ารักแบบแนวๆน้องเค้า
แถมยิ้มหวานตามสไตล์แถมมา 1 เฮือก
 
ก็โอเค..อยู่ครับ อย่างน้อยไม่ได้มาตั้งให้ฝุ่นจับอะไร
(บางชิ้นผมจับสลากได้มา แล้วไม่กล้าหิ้วกลับบ้านละกัน)
 
ตอนนี้ไปอยู่บนโต๊ะน้องสาวผมด้วยความชอบใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างน้อยน้องเค้าก็ดีใจ อุตส่าห์เลือกยังได้ใช้ประโยชน์
 
ชิ้นสุดท้ายเมื่อวานนี้...
ผมจับได้ของรุ่นพี่อารมณ์ศิลป์ท่านนึง
เปิดมาไม่ผิดหวังเลยจริงๆพับผ่าสิ
แต่ถ้าน้องผู้หญิงได้ไปอาจจะมีน้ำตาร่วงกันบ้าง
 
ผมได้......
ดูกันเองที่ภาพข้างล่างนะครับ
 
 
20080105.P1050190_resize
 
หมายเหตุ : ไอ้การจับแบบสุ่มนี่
ถ้าของที่เราเอามาจับ มันเข้ารสนิยมคนได้รับก็ดีไป
แต่ถ้าไม่ใช่ก็ตัวใครมันเหมือนกันนะ
 
งานเมื่อวานผมเอา phone strap ของญี่ปุ่นแท้ๆมาจับ
เป็นน้องคิวพีในชุดโกเรนเจอร์
ซึ่งเป็นขบวนการ sentai ยุคโบราณมากๆ
 
ถือว่าเป็นโชคดี ที่ไอ้คนที่ได้เป้นผู้ชาย เลยพอจะรู้จักเจ้าตัวนี้
พอจะรู้ราคาค่างวดอยู่ซักหน่อย
เพราะพอดีมีน้องคนนึงมองมาด้วยความสงสัย
 
เอ่อ...พี่ ไอ้ชิ้นนี้ราคามันถึงเหรอ -_-"
 
ถ้าผมไม่รู้จักนิสัยน้องคนนี้
ว่าน้องมันพาซื่อ คือไม่รู้จริงๆ ถึงได้ถาม
ลองถ้าเป็นคนอื่นมาถามแบบนี้นี่
ผมคงด่าเปิดเปิงไปแล้ว โทษฐานดูถูกรสนิยม
 
ปรกติ phone strap ที่ขายบ้านเราเนี่ย มันมีหลายเกรด
 
- อย่างที่ขายทั่วไป เส้นละหลักสิบเนี่ย
ถึงจะเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น มันเป็นงานเกรดพื้นๆจากจีนครับ
พวกนี้ดูง่าย ขายคล่อง
เพราะเก็บสี เก็บรายละเอียดไม่ชัด ราคามันถึงถูก
 
- อย่างที่ขายในแผนกของเล่นตามห้าง
เราเรียก กาชาปอง
เกรด ของวัสดุ รายละเอียด
และรูปแบบจะน่าเก็บกว่านั้นนิดนึง
ราคาจะแพงกว่าแบบแรก นิดหน่อย
ปรกติใช้วิธีหมุนไข่หรือเปิดกล่อง เปิดซองสุ่มๆแบบเอา
 
ถ้าใครจะซื้อ phone strap การ์ตูนแบบสั่วๆ นี่
ผมว่ามองพวกกาชาปองยังดีซะกว่าเลย
 
แบบที่สามคือ เกรดเอ คือ รายละเอียดพวกเส้น
พวกขอบจะเนี้ยบ จะไม่มีสีเลอะๆ จะไม่มีถลอกนิดๆ หน่อยๆ
สนนราคาก็หลักร้อยขึ้น
แต่มาขายที่เมืองไทยก็ 200 กว่าๆ จนไปถึง 400 ถึง 500 บาท
แล้วแต่ขนาดและอื่นๆ 
 
อย่างเส้นที่ผมซื้อมาจับ เส้นละ 230 บาทถ้วนครับ
ถ้าหาทางนำเข้ามาขายแบบสมเหตุสมผลได้เมื่อไหร่ล่ะ...น่าดู
1月3日

26

ลมพัดโบกโศกอาลัยไทยทั้งผอง     น้ำตานอง "พระพี่นาง" กลับสู่ฟ้า
ดั่งแสงทองส่องสว่างอาลัยลา       ขัติยาราชนารีจักรีวงศ์                                           

 

ทรงสืบสาน ภารกิจ สมเด็จย่า         “หมอเจ้าฟ้า” แพทย์อาสาพระดำรง
แน่วแน่คงปนิธานแม้ไกลใกล้           ทรงแก้ไขเพื่อชาวไทยทั่วทุกคน

 

ขอน้อมเกล้าส่งเสด็จเขตสวรรค์       มุ่งสู่ชั้นแดนทิพย์สถิตย์บน
สำนึกในคุณเจ้าฟ้าของปวงชน         บุญกุศลคุณความดีมิมีเลือน  

----------------------------------------------------------------

                                                   วรทรรศน์ วงษ์ไทย   ผู้ประพันธ์

12月16日

25

ชีวิตลิขิตเอง (Life Designer)
 
อัลบั้ม: X-Track 8
ศิลปิน : ธงไชย แมคอินไตย์
 
ดู เนื้อเพลง ทุกเพลงของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
ก่อนเคยเชื่อในลิขิตฟ้าดิน
ปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา
แต่ฝันไม่เคยถึงฝั่ง
 
ผิดหวังในใจเรื่อยมา เพราะฟ้าไม่มีหัวใจ
จะเลวหรือดี มันอยู่ที่คน จะมีหรือจน มันอยู่ที่ใจ
 
ดินฟ้าไม่เคยลิขิต
ชีวิตจะเป็นเช่นไร
อย่าเลยอย่าถามฟ้า
 
ปีนไปให้สูงที่สุด อย่างที่คิดฝันไว้กับใจ
จะยากเย็นเท่าไร บอกใจว่าจะไม่กลัว
 
ไม่รอให้ฟ้าดินลิขิต ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไป
ไม่ว่าจะสูงจะไกลเท่าไหร่ บอกใจว่าจะไม่กลัว
 
ไม่ยอมให้ฟ้าหรือใครลิขิต อยากมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน (ที่ใฝ่ฝัน)
ตั้งแต่วันนี้ นี่คือชีวิต ลิขิตของเราเปรียบชีวิตเป็นดังบทละคร
จะยอมให้ใครเขียนบทของเรา
 
ชีวิตจะเป็นเช่นไร ก็ขอให้เป็นเพราะเรา
เรื่องราวที่เราต้องเขียน....
 
------------------------------------------------------------------------------------
 
ช่วงนี้กำลังอินกับเพลงนี้
ถึงเพลงมันจะออกมานานแล้วก็เถอะ
แต่พอดีเพิ่งจะได้ฟัง
เพราะเพื่อนร่วมงานคนข้างๆ ดันเปิดขึ้นมา
ฟังแล้วฮึกเหิมเป็นบ้า...
 
ตอนนี้มุ่งมั่นปราถนาว่า
จะกลับมาทำอะไรอย่างที่ควรจะทำซักที
เพราะบอกกันตรงๆ เลย
ชักไม่มีความสุขในงานประจำที่ทำอยู่จริงๆ
 
ตอนแรกบอกมารดา ว่าจะไปเรียนโทละนะ...
มารดามีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด

แต่หลังจากกดเครื่องคิดเลขไปมา...
 
ถ้าใช้ตังค์ขนาดนั้น
ตูไปเสียเงินหาความรู้เติมในสิ่งที่ขาด
เพื่อลุกขึ้นมาทำอะไรของตัวเองดีกว่ามั้ง
 
พอมารดาได้ฟัง..ก็อึ้งๆไปนิด
ก็เกลี้ยกล่อมจนยอมเข้าใจจนได้
 
ตอนนี้กลับมาชิมลางขายของหลอกเด็ก
ขายของสำหรับผู้ใหญ่หัวใจเด็กดู
หลังจากมี domain ว่างๆ
ที่กะว่าจะทำโปรเจ็คกับคนคุ้นๆใก้ลๆ ตัว
ซึ่งต่างคนมัวแต่ทำโน่นนี่นั่น
จนไม่ได้ปั้นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักที
ตั้ง 2 ปีนะนั่น...
 
พอกลับมาชิมลาง..
ดูแววมันก็น่าจะพอไปได้
ถึงมันจะไม่ได้เป้นกอบเป็นกำอะไรก็เถอะ
แต่ดีกว่าเอาเงินไปฝากแบงค์ก็แล้วกัน
 
พอเริ่มทำไป ดีใจไป กลุ้มใจไป
ก็จะได้ยินหนึ่คำถามจากเพื่อนร่วมงานโต๊ใกล้ๆ
คือถามแกมบ่น ขึ้นมาว่า
อยากทำอะไรนอกจากงานประจำ...ควรจะทำอะไรดี
 
ไม่ใช่ว่าจะดูถูกอะไรกันหรอกนะครับ
แต่บางทีการศึกษาประเทศไทย
ไม่ค่อยช่วยสร้างเสริมให้มนุษย์เรียนรู้
แบบมีจินตนาการควบคู่ไปด้วยกระมัง
 
ผมว่าความคิดแบบนี้มันกลับหัวน่ะ
มันต้องคิดจากตัวเองก่อน
ว่าตัวเองอยากทำอะไร ตัวเองชอบอะไร ทำอะไรได้
แล้วค่อยถามตัวเองต่อไปว่า
ถ้าจะทำ..มันต้องทำยังไง มีความเป็นได้มาน้อยแค่ไหน
มีใครทำอยู่บ้าง เรา / คนอื่นๆ มีจุดอ่อน จุดแข็งยังไงๆ
และบลาๆๆๆ
 
ซึ่งมันมีสอนอยู่ทั้งนั้นแหล่ะ
แต่เขาไม่ได้สอนว่า
จะลุกขึ้นมาทำอะไร
ให้ถามตัวเองก่อนเสมอ...
 
นี่คนคุ้นๆ ใกล้ๆ ตัว
ก็ผุด..โปรเจ็คมาอีกตังนึงแล้ว o_0"
เดี๋ยวต้องลองถามดูว่า
ค้นข้อมูลความเป็นไปได้น่ะ...หาไปถึงไหนแล้ว

บางทีก็อยากสะกิดๆเหมือนกัน
ไอ้ความสามารถที่อยู่ในตัวน่ะ
ทำไมไม่ปั้นออกมาก
จะคิดมองหาอะไรที่มันไกลตัวทำม๊ายยย ห๊าาาาา!!!
 
ป.ล. 
 
1.อ่านกระทู้ ป.ต.ท ในห้อง สินธร pantip.com แล้วหงุดหงิดใจ
ไม่น้อยไปกว่าอ่านข่าว พปช. และลุงชมพู่
 
2. เบื่อพวกเผาป่าล่าหนู แบบ ngo ที่ชิ่อรสนา (ngo =  โง่)
แล้วที่เสนอหน้าไปอยู่ในคณะกรรมการของ mcot หมายความว่ายังไงวะครับนั่น 
ขอบคุณที่ศาลตัดสินแบบหาทางลงได้สวยสุดๆ

3. เบื่อ manager ที่ลงข่าวชี้นำแบบที่ตัวอยากให้เป็น

 
4. เบื่อพวกอวดภูมิแต่ไม่มีความรู้
หรือหยิบข้อมูลมาโชว์เฉพาะอันที่เข้ากับเหตุผลของตัวแล้วตะโกนเย้วๆ
ลืมตาขึ้นมา ก็เจอทุกอย่างที่เป็นธุรกิจแล้ว....
หัดวิเคราะห์อะไรในความเป็นจริงบ้าง  

 
5. เมื่อไหร่ประเทศไทยจะใส่เรื่องการเงิน การลงทุนเพื้นฐานเข้าไปในหลักสูตรมัธยมขึ้นมาซักทีเนี่ย

 
6. เบื่อคำพูดที่ว่า คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น...ของคนเล่น net บางพวก
โอ้ย ไปอยู่ไหนกันมาวะครับนั่น 
การลงทุนผ่านกองทุนรวม...มันเริ่มที่ 2000-5000 บาท ขั้นต่ำครับโว้ยยยยย
ผมตอบอย่างไม่อายเลย
ว่าตัวเองก็เริ่มมาจากเงิน แค่ 5000 เหมือนกัน
ตอนแรกจะเริ่มจาก 2000 แล้วด้วยซ้ำ
 
เงินจำนวนนี้..
ไม่ได้แพงกว่าจำนวนที่แทงหวยกันต่อปีเล้ยยย
ช่วยเปิดกะโหลกกะลาออกมากันได้แล้ว
อย่าเอาแต่ด่ากันอย่างเดียว


7. เบื่อพวกที่เห็นเกม เป็นสิ่งมอมเมาไร้สาระ
แต่ประเทศอื่นเขาใช้เกม อนิเมชั่น หาเงินสร้างชสติ สร้างธุรกิจกันไปถึงไหนๆ
ทำไมเราต้องอิมพอร์ทคอนเทนต์เข้ามา แล้วทำหน้าตื่นเต้นกันด้วย
(เคยไปทะเลาะเรื่องนี้ กันในห้องสินธรมา)
12月2日

24

เมื่วานไปเดิน mortor expo 2007 มา
ก็ถือว่าเป็นงานส่งท้ายปลายปีที่ยิ่งใหญ่ตามปรกติ


ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเดินเหมือนคนทั่วไป
คือไม่ได้เดินไปถ่ายรูปจากนี้นี้มาลงเว็บ
ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ต่างออกไปคือไม่ต้องวิ่งไล่บันทุกบูธ


สิ่งที่อยากดูก็ได้ดูไปแล้วคือ proton
รถแห่งชาติมาเลเซีย  อยากรู้จริงๆว่าโปรดักชั่นมันจะขนาดนไหน
ดูๆไปอย่างถี่ถ้วนแล้ว..คบกับรถญี่ปุ่นต่อไปเถอะครับ
ข้างนอกพอไหว สเปคน่าสนใจ ราคาค่อนข้างเร้าใจ แต่ข้างในนี่สิ
ซื้อรถมาขัยนะครับ ไม่ใช่จับเลโก้มาติดล้อ...


ส่วนรถมือ 2 แบบผ่านการรับรองมาแล้ว
เป็นที่น่าสนใจสำหรับผมอย่างมาก
เพราะราคาน้ำมันแพงบ้าเลือด จะเดือดร้อนซื้อรถมือหนึ่งก็จะกะไร
แต่จะให้ไปสุ่มเสี่ยงซื้อมือ 2 โดยความรู้เท่าเจี๊ยวมด
ก็สงสารตัวเองจะอดมื้อกินมื้อหนักว่าเดิม
เวลาเสียค่าวิชาความโง่


ถ้าไม่บอก ไม่รู้เลยะครับ...ว่านั่นน่ะมือ 2


การมาเดินในฐานะคนดูทำให้รู้ในมุมอื่นๆมากกว่าเดิมว่า

- บุคคลสวยๆงามๆ ไม่ได้มีแค่พริตตี้
เซลล์ที่ยืนขายบางบูธ  ความงามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเล้ย

-  ในบูธย่อยๆ แต่ขายของแพงๆก็มีช้างเผือกอยู่

- ถ้าชอบแบบเน้นปริมาณ..ความสวยเป็นเรื่องรอง
บางบูธก็มีชูตรงนี้มาเป็นจุดขาย...แถมคนยังชอบซะอีก


- งานแสดงเครื่องเสียงด้านนอก
ต้องรอให้มืดเท่านั้น แถมได้บรรยากาศบ้านทุ่งมาก
ถ้าข้างในคืองานรวมรวมพริตตี้หัวแถว ทั่วฟ้าเมืองไทย ไอ้งานของนอกเนี่ย
คืองานรวมโคโยตี้ดีๆ นี่เอง


จะเอาเน้นปริมาณ หรือเน้นคุณภาพก็พอมี
แบบที่ใสๆ ซนๆแบบที่เจอในเว็บ ก็มีมาเป้นโคโยตี้กับเขาด้วย
แถมบางคนเซอร์วิสคนดูกันกระจาย
อยากมุมไหน หนูจัดให้ค่ะพี่
แถมมีส่งจูบมาทางกระผมเสียงดังจ๊วบ...ทรุดฮวบกันไป

แต่ที่เห้นแล้วรู้สึกตะหงิดๆคือ
พี่ท่านเล่นถ่ายกันแต่นมโคโยตี้...ตูจะบ้าตาย
เห็นงานเป็นลม เห็นนมล่ะสู้ตาย


ไปดูรูปกันต่อที่นี่ครับ
http://jetboat.spaces.live.com/photos/cns!874D2047B34D26BA!809/
11月19日

23

เมื่อวันเสาร์ ได้เพ่นพ่านที่งานรับปริญาของน้องสาวตัวเอง
ผมชอบบรรยากาศงานรับปริญญาของเด็กจบใหม่นะ
จนทำให้รู้สึกนึกถึงคนที่เรียนจบ
แต่ไม่ขอเข้าร่วมงานรับใบอยู่อย่างนึงว่า

 
คุณกำลังทิ้งโอกาสที่จะมีประสบการณ์
ร่วมกับเพื่อนแบบครั้งหนึ่งในชีวิตหายไปหนึ่งเรื่องเลยนะ
แล้วประสบการณ์ที่หายไปมันไม่ใช่คุณคนเดียว
แต่กำลังทำให้ความรู้สึกปิติของคนรอบข้างหล่นหายไปเหมือนกัน

 
ถึงภาพความรู้สึกในงานนั้นนั้นมันจะดูแบบฝันๆ
แล้ววันรุ่งขึ้นต้องตื่นมาเจอความจริงก็เถอะ
แต่มันยังดีที่ได้จำและบันทึกไว้

 
ระหว่างเพ่นพ่าน
ก็แอบนึกถึงละครเรื่องจุดนัดฝันไป ที่ฉายช่อง 7 เมื่อนานมาก
ซึ่งเป็นละครที่พูดถึงชีวิตหลังเรียนจบของเพื่อนกลุ่มนึง
ที่มานั่งแฮงค์เอาท์กันที่ร้านประจะจำสมัยเรียน
แล้วมาพูดคุยกันว่าแต่ละคน
ไปพบพานประสบการณ์ในชีวิตจริงอะไรกันมาบ้าง
ซึ่งมีทั้งดี เสมอตัว และแย่
(ชีวิตผมมีครบเลยทั้งสามอย่าง..แต่ยังไม่สุดอย่างที่ใจคิด)

 
การเรียนจบมันคือจุดสิ้นสุดของเรื่องนึง
และเริ่มต้นใหม่กับอีกเรื่องนึง


หลังจากไปเดินเพ่นพ่านที่งาน ก็ทำให้นึกถึงแพลนศึกษาเพิ่ม
คือผมค่อนข้างจะปฎิเสธการเรียนในระบบ
ด้วยเหตุผลการเรียนแบบแห่ๆ ตามกันไป
แต่ถ้าใครจะไปเรียน
เพราะมีแผนที่จะนำความรู้ไปใช้นี่...ก็โอเคอยู่


เมื่อวานเลยนั่งคิด และค้นอยู่พักใหญ่ๆ ในการโซลูชั่นการเรียนให้ตัวเอง
ว่าจะหาอะไรใส่หัวเพิ่มดี
ทุกวันนี้เรียน voice traning  มันก็ได้ในเชิงศิลปะ
แต่ก็อยากจะสร้างสมดุลมันด้วยความรู้ในภาคการจัดการ
และอยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองยังขาดไปอีกหลายอย่าง


จริงๆ นี่ก็เพิ่งจบคอร์ส e-commerce มา
ก็เริ่มกลับมาลุยกับมันใหม่อีกรอบนึง
ช่วงนี้ก็แอบยึดโดเมน กับปั่น seo ไปพลางๆ
ระหว่างรอว่าที่หุ้นส่วนหันความสนใจมาร่วมหัวจมท้ายซักที
(รอให้ทุกอย่างมันเข้าที่ก่อนละกัน ^^")


แต่ดูๆโซลุชั่นไปก็ชักคิดหนัก
ปีหน้ามีเรื่องต้องลงทุน และใช้เงินอยู่อักโข


แอบอิจฉาคนที่มีเงินถุงเงินถัง
แล้วเอาแต่นั่งเรียนตะหงิดๆแฮะ
ก็แค่แอบอิจฉานะครับ... -_-"
11月9日

22

เพลง: ศรัทธา
ศิลปิน : หิน เหล็ก ไฟ
อัลบั้ม: Never Say Die
 

ไม่มี ก็คงต้องมีสักวัน
ความฝันเป็นจริงต้องทนสู้ไป
ไม่นาน เราคงจะได้สมใจ
มุ่งมั่น ทุ่มเทเพียงใดกว่าจะได้มา
 
เส้นชัย ไม่มาต้องไปหามัน
รางวัล มีไว้ให้คนตั้งใจ
ขวากหนาม ทิ่มแทงก็ผ่านพ้นไป
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย
 
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
 
ที่มา รู้ดีไม่รู้ที่ไป คนเรามันเลือกเกิดเองไม่ได้
แต่เราเลือกได้จะเป็นเช่นไร
เลือกได้จะทำตามใจด้วยตัวของเรา
หลายคน เชื่อในเรื่องโชคชะตา
บางคนเชื่อมั่นในตัวเอง
ชีวิต เรากำหนดของเราเอง
จะแพ้ชนะไม่เกรงจะสักเท่าไร
 
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
 
เรื่องราวมากมายที่ทำ ได้ใจโอบก็หวั่นไหว
แต่ก็มีเหตุผลสำคัญ ให้บางคนยอมถอดใจ เย.......
 
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
 
----------------------------------------------------
 
เพิ่งตรากตรำทำต้นฉบับเสร็จไป 2 เรื่องติดๆ
โอย...การเขียนหนังสือมันใช้พลังงานชีวิต เพื่อการ "คิด" เยอะดีจริงๆ
 
หลังจากเขียนจบ ก็พยายามจะบอกกับตัวเองว่า
จะไม่เลทสำหรับรายเดือน  และขยายแนวเขียนในปีหน้า
และจะตั้งเป้าหมายสำหรับโปรเจ้คที่รอทำคลอดให้เสร็จต้นปีให้ได้
 
"ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ"