jbidea 的个人资料beware expire date照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
6月30日 Survivorเมื่อวันเสาร์ มีน้องผู้หญิงห้อง blueplanet โทรมาถามผมว่า
"พี่...ถ้าคนเรากินยาแก้แพ้เข้าไปทีเดียว 10 เม็ดจะตายมั้ย"
ผมกำลังตักข้าวมันไก่เจมส์เข้าปากอยู่
ก็แทบจะสำลักกับคำถาม ก่อนตอบไปสั้นๆว่า...จะเหลือเรอะ แล้วน้องมันก็ตัดสายไปในทันที ตกลงว่าละเลียดข้าวมันไก่มื้อนั้นไม่ลงจริงๆ
ผมแอบพะว้าพะวงเล็กน้อย จนอดรนทนไมได้คว้าโทรศัพท์โทรไปอีกรอบ น้องมันบอกผมว่า ยังพาเพื่อนไปล้างท้องไม่ได้เลย...เพื่อนไม่ยอมไป เออ..แปลกดีนะครับ ที่คนเรามีชีวิตอยู่
แต่ไม่คิดจะรักษาชีวิตของตัวเอาไว้ เพียงเพราะรู้สึกขัดใจกับอะไรบางอย่าง ขณะที่คนอื่นที่เขาแข็งขืนต่อการมีชีวิตต่อไปน่ะ มันยากยิ่งกว่า และทรมานกว่าหลายเท่านัก ลองอ่านบรรทัดถัดไปจากนี้นะครับ... ---------------------------------------------
พายุลูกแรกที่แทรกเข้ามาในครอบครัวธรรมดาของผม คือการได้รับรู้ว่า พ่อเป็นมะเร็งที่ลำไส้ในระยะที่ 1 และกำลังจะต้องได้รับการผ่าตัด แต่พ่อก็ไม่เคยบอกพวกเรา ได้แต่บอกกับคนทั่วไปว่า ไปผ่าริดสีดวงมา หลังจากการผ่าตัดนั้น พ่อกลับมาอยู่กับเราได้
แต่ต้องบำบัดโดยการการฉายแสง พ่อไปทนทุกข์กับผลข้างเคียงอยู่ในช่วงเวลาใหญ่ แต่ไม่เคยปริปาก หลังจากช่วงทรมานผ่านพ้นไป
เราเองต่างก็คิดว่า.. พายุลูกนั้นมันผ่านไปแล้วอย่างไม่เฉลียวใจ ว่าพายุลูกใหญ่มันกลับมาอีกครั้ง เมื่อพ่อเกิดอาการปวดหลังและไหล่
ในแทบจะตลอดเวลาที่ตื่นลืมตา ไม่สามรถข่มตาให้ได้เหมือเคย ไม่เลยที่จะมีเสียงอุทรณ์ใดๆ นอกจากบอกให้ทายาบรรเทาปวด พ่อหยิบฟิลม์ x-ray ออกมาให้เราได้ดู
พร้อมกับบอกว่า หมอบอกว่า มันมีอะไรมาเกาที่กระดูกสันหลังตรงใกล้หัวไหล่ใกล้ๆคอในข้อที่ พ่อบอกพวกเราก่อนผ่าตัดล่วงหน้าแค่2-3 วัน เพียงเพราะอยากให้เราผ่านพ้นปีใหม่อย่างมีความสุข นับตั้งแต่ปีใหม่มา กับการผ่าตัด 3-4 ครั้ง
การใช้เวลาบนห้องพยาบาลแทนบ้าน กับรอยผ่าบนร่างกายที่มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายที่ผ่ายผอมลง อาการข้างเคียงที่ทยอยเกิดขึ้นมา ทั้งลำไส้ไม่ทำงาน การก้าวเดิน การเคลื่อนไหวที่ไม่มีวันเหมือนเดิม มันบันท่อนความรู้สึกของคนรอบข้าง แต่ไม่ใช่ในจิตใจของพ่อ... เราหวังว่านั่นคงเป็นพายุลูกสุดท้ายที่จะถาโถมโหมใส่พวกเรา
แต่เราก็ยังไม่ทันได้เอะใจ ในคำถามของหมอ เพราะหมอบอกกับเราว่า อยากตรวจละเอียดทั้งร่างกาย แต่ก็แลกมาด้วยใช้จ่ายที่หนักอึ้ง พ่อเลือกที่จะตอบปฎิเสธไปว่าไม่
เพราะไม่อยากให้ทางบ้านลำบาก แต่กลับเลือกที่จะเผชิญสิ่งตัวเองรู้แก่ใจแค่คนเดียว พ่อกลับมาอยู่บ้านได้เพียงเดือนกว่า
กับแผนการที่จะปรับปรุงบ้านเต็มหัว จู่ๆ พ่อไม่สามรถลุกขึ้นเดินได้ พร้อมกับอาการไข้เนื้อตัวหนาวสั่น แต่ยังไม่ถอดใจบอกกับทุกคนว่ายังไหว ยืนกรานที่จะไม่ไปโรงพยาบาล ทันทีที่ถึงมือหมอ หมอบอกกับเราเรียบๆว่า ถ้ามาช้ากว่าคงช็อคไปแล้ว พ่อบอกับเราแค่สั้นๆว่า ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และเขาพาไปส่งกล้องไปภายในมา จากนั้นเราก็พาเขากลับไปโรงพยาบาลที่เคยอยู่
เพื่อทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้เจากลับมาเดินได้ แต่ในความเป็นจริงที่เขาไม่เคยบอกเราเลยนั้น ก็ปรากฎหลังจากหมอหยิบฟิล์ม x-ray แล้วเรียกไปคุย เราถึงได้รู้ว่า สีหน้าที่แลดูทำทีเฉยๆ ตลอดมา ยกเว้นเวลาที่เจ็บ มีบ้างที่ร้องหายาบรรเทา เขาเป็นมะเร็งลามไปถึงกระดูก และลามไปยังอวัยวะอื่นอย่างกระเพาะปัสสาวะแล้ว เป็นถึงขั้นที่ 4
อาจจะมีชีวิตได้อีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น ที่เขาบอกว่าแคลเซียมเกาะหลังตรงข้อกระดูกนั้น พ่อโกหกเรามาตลอด...เหมือนเดิม ผมเดินกลับมาที่ห้อง
พ่อบอกกับพวกเราแค่สั้นๆว่า อยากกลับมาเดินได้เหมือนเดิม หรือถ้าเดินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอนั่งวีลแชร์ก็ได้ อยากหาย...เพราะอยากไปอยู่กับครอบครัว อยากกลับไปตายที่บ้าน...ไม่ใช่ที่โรงพยาบาล ความต้องการของเขามีแค่นี้จริงๆ
พ่อเลือกที่ยอมเจ็บเพื่อรักษาอีกครั้ง แม้หมอจะไม่รับประกันว่า ผ่าตัดแล้วจะหาย ร่างกายจะยังคงไหวกับการรักษาต่อเนื่องได้นานแค่ไหน พ่อผ่าน icu มาได้ 1 วัน
ก็ต้องเผชิญวิกฤติอีกครั้ง กับการที่มีการติดขัดในทางเดินหายใจ จนต้องปั๊มหัวใจขึ้นมาถึง 2 ครั้ง และทางหมอต้องจับางเข้าห้อง CCU ซึ่งเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษ มีคน 2 พวกที่เข้ามานอนห้องนี้คือ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบหายใจ ต้องได้รับการดูแล 24 ชั่วโมง และคนที่จะใกล้ไปสู่ภพหน้า... ทุกครั้งทีเราเข้าไปเยี่ยม
ผมได้เห็นกราฟสัญญาณชีพ กับอัตราการการใจ ที่เดินทางอย่างราบเรียบ จนถึงอ่อนระโหย กลับแข็งแรง และเต้นถี่อย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่กำลังต่อสู่กับการติดเชื้อในปอด ในครั้งนึงของการเข้ามาในห้อง ccu
บุรุษพยาบาลบอกกับเราเรียบๆว่า เมื่อครู่ก็เพิ่งปั๊มหัวใจ ดึงเขากลับมา ก่อนเราจะมาถึงเมื่อไม่นานนี่เอง... นาทีนั้น ผมก็ไม่รู้ว่า..
เขาจะแข็งขืนฝืนชะตาอันโหดร้ายได้อีกนานซักเท่าไหร่ ความเข้มแข็งและพลังในการที่อยากจะมีชีวิตต่อไป
ทำให้รอดพ้นมากจากห้องฉุกเฉินได้ แต่ก็แลกมากับการการผ่าตัดครั้งล่าสุด ที่เจาะลำคอเพื่อให้สามารถหายใจต่อไปได้ เพราะกล้ามเนื้อส่วนที่ช่วยหายใจได้สะดวกนั้น มันไม่ปรกติต่อไปอีกแล้ว ถึงรู้แบบนั้น...พ่อยังไม่ถอดใจ
แม้รู้ว่าการใช้ชีวิตจะยากลำบากขึ้นไปกว่าเดิม ไม่สามารถสื่อสารกับใครสะดวกเท่าไหร่ แม้ระบบการหายใจจะไม่เหมือนเดิม ก็ยังไม่ท้อ...ขอที่จะสู้ต่อความเจ็บปวด ที่ยังก่อตัว ทั้งกลางวันกลางคืนต่อไป ความอดทนที่มีมาไม่สามารถช่วยได้อีกแล้ว
ต้องพึ่งยานานาชนิดเท่านั้นถึงจะบรรเทาให้หลับไปได้เอง 2 วันมานี้...หมอเรียกไปพบอีกครั้ง
เพื่อพูดถึงสิ่งที่เรากำลังจะต้องเผชิญ และรับรู้ต่อไปในช่วงเวลาที่จะเข้ามาถึง ซึ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้..แต่คงอีกไม่นาน สิ่งที่ได้ฟัง...มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดของพ่อ
ตอนที่พ่อยังสามารถพูดได้ พ่อได้พูดคำคำนี้ให้ฟังตอนที่อยู่บนเตียงคนไข้ "ถ้าไม่มีพวกเรา..พ่อคงไปนานแล้ว"
แพทย์และพยาบาล ถามย้ำกับเราว่า
ถ้าเกิดถึงเวลานั้นจริงๆ จะให้ปั๊มหัวใจ ขึ้นมาเป็นครั้งที่ 4 หรือไม่ ผมตอบอย่างไม่ลังเลใจว่า..ทำเถอะครับ ทำให้ดีที่สุด ถ้าหัวใจเขาหยุดเต้นจริงๆ ผมคงไม่เสียใจ จิตวิญญาณของพ่อ มีพลังกว่าสังขารที่อ่อนแรง ขอให้เขาได้สู้ถึงสุดท้ายอย่างที่ตั้งใจเถอะ อย่างน้อย...เมื่อวันนึงที่พ่อต้องทิ้งสังขารนี้ไปจริงๆ
ก็อยากให้เขาได้ภูมิใจในตัวเอง ว่าเขาสู้ถึงที่สุดแล้ว ถึงนาทีนี้ ผลจากฤทธิ์ยา หรือผลจากโรคร้าย
จะทำให้การตอบสนอง และรับรู้ของพ่อ ลดน้อยถอยลงไปมาก ผมให้น้องสาวหยิบเนื้อเพลง Survivor
จากปกซีดี ebola ขึ้นมาอ่านให้พ่อฟัง หวังแค่ว่า เสียงอ่านถ้อยความนั้นจะผ่านไปถึงหู หากแต่เพียงหวังเพื่อบอกให้เค้าได้รู้ว่า เรา...ทุกคนในได้รับรู้ถึงต่อสู้ของเค้าตลอดมา และเขาไม่ได้สู้อยู่คนเดียว เราจะอยู่สู้ด้วยกันจนลมหายใจสุดท้าย
การต่อสู้ของพ่อ
คือการต่อสู้เพื่อมีชีวิตให้รอดให้นานที่สุด ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนข้างหลัง เพื่อพิสูจน์คุณค่าของการมีชีวิตต่อไปในวันที่แสงเรือนราง ------------------------------------------------------------
เพลง Survivor - อีโบล่า (Ebola)
เนื้อเพลง: เซอร์ไวเวอร์ (Survivor) อัลบั้ม: Enlighten Repackage สู้ ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด
ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้เราก็คงไม่รอด นับดูนิ้วมือ 10 นิ้วยังอยู่ดี เสียงของหัวใจ ยังร้องยังตะโกน แม้จะใกล้ตาย วันนี้จะอดทน ยากเย็นเท่าไร ต้องอึด ต้องทนมันไป แม้เหลือโอกาสให้เรารอดตาย
แค่เพียง 1 ในล้านก็ตาม จะฝืนชะตา ดิ้นรนทุกอย่าง จะคอยสั่งตัวเองเราจะไม่ตาย ต้องสู้ ต้องสู้ เราต้องรอด
ฟ้าที่มืดมน ชีวิตใกล้อับปาง
แสงที่ริบหรี่ แต่หวังไม่เรือนราง สองมือที่มี จะใช้มันเปิดตา ขอเพียงหัวใจ ไม่ยอมไม่แพ้ สักอย่าง แม้เหลือโอกาสให้เรารอดตาย
แค่เพียง 1 ในล้านก็ตาม จะฝืนชะตา ดิ้นรนทุกอย่าง จะคอยสั่งตัวเองเราจะไม่ตาย ต้องสู้ ต้องรอด เราจะไม่ตาย
ต้องสู้ ต้องรอด เราต้องรอดตาย ต้องสู้ ต้องรอด เราจะไม่ตาย ต้องสู้ ต้องรอด เราต้องรอดตาย แล้ววันหนึ่ง เมื่อหมอกร้ายมันผ่านพ้น
แล้ววันหนึ่ง จะภูมิใจ ในความเป็นคน จะไม่ตาย ไม่ว่าจะยังไง
ก็ต้องไม่ตาย ไม่ว่ายังไง สู้ ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด
ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ ก็ไม่รอด ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็จะไม่รอด เราจะต้องสู้ ต้องรอด แม้เหลือโอกาสให้เรารอดตาย
แค่เพียง 1 ในล้านก็ตาม จะฝืนชะตา ดิ้นรนทุกอย่าง จะคอยสั่งตัวเองเราจะไม่ตาย แม้เลือนลาง แม้หนทาง
มีเพียง 1 ในล้านก็ตาม จะฝืนชะตาดิ้นรนทุกอย่าง จะคอยสั่งตัวเอง เราจะไม่ตาย ต้องสู้ ต้องรอด เราจะไม่ตาย
ต้องสู้ ต้องรอด เราต้องรอดตาย ต้องสู้ ต้องรอดเราจะไม่ตาย ต้องสู้ ต้องรอด เราจะต้องรอด ต้องไม่ตาย...... ------------------------------------------------------------ สุดท้าย..พ่อผมก็พ่ายแพ้แก่สังขารและจากไปอย่างสงบ
ในคืนวันที่ 11 มิถุนายน เวลา 4 ทุ่ม 25 นาที เมื่อคุณตื่นขึ้นมาแล้วหายใจได้...ก็จงดีใจเถอะครับ ว่าคุณยังมีโอกาสได้ทำอะไรอีกมากมาย มากกว่าคนที่ตายไป ทั้งที่ยังค้างคาในใจ ว่ายังมีเรื่องให้ต้องทำ - ขอบคุณ -
อีโบลา fanclub และวอร์เนอร์มิวสิคไทยแลนด์
ชาวคลับเฉลิมไทย pantip.com
ชาว bbmkt adc ชั้น 19
ทีม pantip.com 评论 (1)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://jetboat.spaces.live.com/blog/cns!874D2047B34D26BA!1260.trak 引用此项的网络日志
|
|
|